สิ่งสำคัญของ Digital Marketing ที่คุณไม่ควรมองข้ามเพื่อจะได้ทันโลก

Digital Marketing คือ สื่อออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่สามารถเข้าเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหลาย รวมถึงแอปพลิเคชันบนมือถือที่เปิดได้ง่าย สิ่งเหล่านี้เป็นช่องทางการสื่อสารขยายกว้างออกไปจึงเป็นจุดเปลี่ยนให้กับสังคมในปัจจุบัน ยิ่งถ้าใครใช้สื่อ Digital Marketing ก็จะประสบความสำเร็จได้สูง จึงได้เปรียบมากกว่าคนที่ไม่ได้เล่นสื่อดิจิทัล ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอกสิ่งสำคัญของ Digital Marketing ที่คุณไม่ควรมองข้ามเพื่อจะได้ทันโลก ดังต่อไปนี้

ตัวอย่างบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการใช้ Digital Marketing

บารัค โอบามา ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีผิวดำซึ่งเป็นคนแรกของประเทศอเมริกา ทั้งที่สังคมของคนผิวดำเคยเป็นทาสและถูกเหยียดผิวเป็นจำนวนมากมาก่อน โดยในประเทศอเมริกามีคนผิวดำแค่ 12 เปอร์เซ็นต์ อีก 88 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่คนผิวดำ แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งของคนผิวดำก็เป็นฝ่ายชนะ เพราะบารัค โอบามา ได้ใช้อาวุธสำคัญ คือ Digital Marketing ด้วยการเล่นเฟซบุ๊กในการสื่อสารโดยตรงหรือด้วยตัวเองกับประชาชนหลายสิบล้านคนอย่างเต็มที่ เสมือนว่าเป็นเจ้าของสื่อตั้งแต่ที่ยังไม่เป็นประธานาธิบดี นอกจากนี้การเล่นเฟซบุ๊กของบารัค โอบามา ทำให้มีผู้คนมาบริจาคในการหาเสียงด้วยเงินเล็กน้อยจนสะสมเป็นเงินก้อนใหญ่จึงมีทุนในการหาเสียง ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จเป็นประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา

การใช้ Digital Marketing

การฝึกทักษะในการทำ Digital Marketing

การใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บไซต์ เครื่องมือตกแต่งเว็บไซต์ ตกแต่งภาพโดยการใช้โปรแกรมตกแต่งภาพ การเขียนเนื้อหาให้น่าอ่านและเข้าถึงผู้คน การสร้างวิดีโอบนสมาร์ทโฟน รวมไปถึงการอัปโหลดขึ้นบนโลกออนไลน์ ซึ่งการสร้างสรรค์ผลงานด้านต่าง ๆ ให้เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ไปจนถึงระดับมืออาชีพ ส่วนข้อควรระวังมีบ้างเล็กน้อยโดยเฉพาะการโพสต์วิดีโอ ถ้าสื่อสารไม่เป็นอาจจะดังในทางเสียหายได้

เมื่อก่อนการใช้เครื่องมือหรือทักษะการโฆษณาประชาสัมพันธ์จะทำโดยนักการตลาดอย่างเดียว แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้วไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ เพียงศึกษาและอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น อาจจะให้คนใกล้ตัวช่วยสอนตัวต่อตัวหรืออบรมในการใช้งาน Digital Marketing และสิ่งสำคัญ คือ อย่าปิดใจตัวเอง โดยเฉพาะคนที่มีอายุ 40 ปี 50 ปี หรือ 60 ปี ที่จะต้องไปเรียนกับเด็กที่มีความรู้มากกว่าก็ตาม เช่น อบรมเกี่ยวกับเครื่องมือการติดตามผลโฆษณา การทำกลุ่มเป้าหมาย การนำค่าสถิติเพื่อมาวิเคราะห์ เป็นต้น

เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนตลอดเวลาและอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่าไปยึดติดความรู้เฉพาะในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเพราะยังไม่เพียงพอ หากไม่ศึกษาสิ่งใหม่ ๆ จะตามโลกยุคดิจิทัลไม่ทัน

ดังนั้น อย่ามองข้าม Digital Marketing เนื่องจากเป็นผลดีต่อธุรกิจอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเฉพาะการขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างตัวตนและแบรนด์บนโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

การเงินดี ความรักรุ่ง ด้วยหินมงคลเสริมดวงที่สายมูต้องหามาครอบครอง

เมื่อไม่นานมานี้เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีโอกาสได้เห็นเทรนด์แฟชั่นหินมงคลที่หนุ่มสาววัยรุ่นไทยนิยมสวมใส่ที่ข้อมือ เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มมาแรงที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองโดยเฉพาะสำหรับสายมูเตลู เพราะนอกจากดีไซน์สวยงามแล้วยังมาพร้อมความหมายดี ๆ และเพิ่มความเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่

สำหรับความเชื่อเรื่องการสวมใส่หินมงคลนั้นมีมาอย่างยาวนาน โดยมีความเชื่อว่าหินมงคลแต่ละชนิดจะนำมาซึ่งความโชคดีด้านต่าง ๆ อาทิ การงาน การเงิน สุขภาพ ความรัก และความเชื่อเหล่านี้ได้ถูกส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากคนส่วนใหญ่ต้องการที่พึ่งทางใจ รวมถึงเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ บวกกับปัจจุบันมีการนำหินมงคลมาเชื่อมโยงกับแฟชั่น ทำให้หินมงคลกลายเป็นเครื่องประดับอินเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และสำหรับใครที่เป็นสายมูลองมาดูกันว่ามีหินมงคลชนิดใดบ้างที่ได้รับความนิยมและเป็นหินมงคลที่สายมูต้องมีไว้ครอบครอง

การเงินดี เฮงสุด ๆ ด้วยหินมงคลเสริมดวงการเงิน

หินไหมทอง

แค่ชื่อก็บ่งบอกว่าต้องเป็นหินมงคลที่ช่วยเรียกเงินเรียกทองเข้ากระเป๋า ลักษณะหินเป็นสีเหลืองทอง เนื้อด้านในมีเส้นสีทองเล็ก ๆ คล้ายเส้นไหมกระจายอยู่ทั่วหิน เชื่อว่าเป็นตัวแทนความร่ำรวยและช่วยเสริมดวงการเงิน ดึงดูดทรัพย์ทำให้เงินไม่ขาดมือ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมเรื่องโชคลาภและมอบพลังงานที่ดีแก่ผู้สวมใส่

เพทาย

หินมงคลที่สายมูต้องมีเพราะโดดเด่นเรื่องความมั่งคั่ง ร่ำรวยเงินทอง หินมงคลชนิดนี้มีสีฟ้าอมเขียว สวยงามมีเอกลักษณ์ ทำให้นิยมนำมาทำเครื่องประดับ มีความเชื่อว่าจะช่วยเรียกทรัพย์ เงินทองไม่ขาดมือ รวมถึงช่วยเสริมสร้างสติปัญญาและนำความโชคดีมาแก่ผู้สวมใส่

ชีวิตดี รักแฮปปี้ ด้วยอัญมณีเสริมดวงความรัก

ทับทิม

นอกจากทับทิมจะมีสีแดงสวยและเหมาะกับการนำมาทำเครื่องประดับแล้ว ยังมาพร้อมความหมายดี ๆ โดยเชื่อว่าทับทิมจะช่วยหนุนดวงด้านความรัก ทำให้ความรักสุขสมหวัง ดึงดูดเพศตรงข้าม นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องความคิดสร้างสรรค์ สติปัญญา

มณีนพรัตน์

หลายคนอาจคุ้นหูในชื่อ “มูนสโตน” อีกหนึ่งหินมงคลยอดนิยมของผู้ที่ต้องการเสริมดวงด้านความรักและความสัมพันธ์ โดยหินมงคลนี้มีความเชื่อว่าหากใครได้ครอบครองจะทำให้สมหวังเรื่องความรัก จนกลายเป็นเครื่องประดับยอดนิยมของชาวโรมัน และได้กลายเป็นเครื่องประดับของใครหลายคนในปัจจุบัน

ใครที่เป็นสายมูเตลูของแท้ที่ชอบพกเครื่องราง อัญมณี หรือหินมงคล เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้แก่ตัวเองให้รีบตามมาหินมงคลเหล่านี้มาครอบครอง เพราะจะช่วยทำให้การเงินรุ่ง ความรักโดดเด่น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นเครื่องประดับที่นอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว ยังมอบความอุ่นใจแก่ผู้สวมใส่อีกด้วย

การเงินดี ความรักรุ่ง ด้วยหินมงคลเสริมดวง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ SEO 2020

การทำ SEO เป็นสิ่งที่นักการตลาดออนไลน์แนะนำคนรุ่นใหม่ที่สนใจการทำธุรกิจบนระบบอินเทอร์เน็ตได้ศึกษาและเรียนรู้การทำด้วยตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เข้าใจการตลาดยุคใหม่และเรียนรู้กลยุทธ์การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจเว็บบอลออนไลน์ ที่จะมีคู่แข่งค่อนข้างเยอะในช่วงนี้ จำเป็นต้องทำความเข้าใจเรื่องของคีย์เวิร์ดให้มากขึ้น อย่างเช่นผู้ใช้บริการที่ติดตามผลฟุตบอลก็อาจจะใช้คำในการเสิร์ทว่า ผลบอลสด 888 หรืออาจจะเป็นคีย์เวิร์ดอื่นๆ ที่นิยมใช้กันทั่วไป จึงต้องศึกษาเรียนรู้จักการหว่านตลาดให้ได้มากที่สุด จึงจะส่งผลสำเร็จ

การทำ SEO หมายถึง การปรับคุณภาพของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับระบบ search engine optimization ที่ Google กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างรอบด้าน เช่น

การทำเนื้อหาบทความ SEO ให้มีคีย์เวิร์ดตรงกับการสืบค้นของลูกค้าเป้าหมาย

การปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้หาสินค้าตามประเภทต่าง ๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว

การทำเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

หากเว็บไซต์ใดสามารถทำ SEO ได้อย่างสม่ำเสมอ จะถูกประมวลด้วยระบบ algorithm ให้มีคะแนน SEO ที่สูงกว่าเว็บไซต์คู่แข่งทางธุรกิจรายอื่น ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี คือ ถูกนำเสนอในหน้าต่างการสืบค้นหรือ SERPs ที่ย่อมาจากคำว่า Search Engine Result Pages ของ Google ทำให้มีโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากกว่าอันดับรองลงไปหลายเท่าตัวนั่นเอง

การทำ SEO เป็นการตลาดแบบที่ไม่ต้องใช้เงินเสียค่าโฆษณา ไม่ต้องจ้างพรีเซ็นเตอร์หรือ influencer เพียงเข้าใจหลักการและใส่ใจการทำคุณภาพของบทความ SEO ให้ดีที่สุด มีการศึกษาข้อมูลใหม่ ๆ เทรนด์การตลาดออนไลน์ที่จะช่วยดึงดูดความสนใจลูกค้า นอกจากนี้ยังต้องมุ่งเน้นคุณภาพของสินค้าและบริการให้ทัดเทียมกับแบรนด์อื่น ร่วมกับการสร้างจุดเด่นที่แตกต่าง ก็จะทำให้มีโอกาสอยู่รอดได้สูง โดยไม่จำเป็นต้องซื้อโฆษณาในรูปแบบอื่นมากเกินไปซึ่งสิ้นเปลืองเงินและเพิ่มต้นทุน

การทำ SEO จึงช่วยให้ธุรกิจทุกประเภทประหยัดต้นทุนด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในระยะสองสามปีนี้ ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจต่างแนะนำให้เจ้าของกิจการรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตัวเองต้องเพิ่มเงินสำรองฉุกเฉิน หรือควบคุมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับต้นทุนทางธุรกิจให้ได้มากที่สุด จึงจะมีโอกาสอยู่รอดได้ในช่วงเศรษฐกิจขาลงได้โดยไม่เสี่ยงต่อภาวะขาดทุน

การทำเว็บไซต์ SEO นั้นเป็นที่รู้กันว่าจะไม่สามารถที่จะบังคับอันดับในการนำเสนอของ Google เนื่องจากระบบ algorithm ของ Google มีความละเอียดและซับซ้อนมาก ดังนั้นหากเว็บไซต์ใดอยู่ในอันดับด้านบนของหน้าต่างการสืบค้นของ Google บ่อย ๆ ก็แสดงถึงความน่าเชื่อถือที่สูง แบรนด์จะมีโอกาสได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วไปมากขึ้น จึงทำให้มียอดขายสินค้าและบริการที่ดีขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี

คนที่ทำธุรกิจในปี 2020 จึงห้ามมองข้ามการเรียนรู้ด้าน SEO และต้องฝึกฝนพัฒนาการทำเว็บไซต์ที่โดดเด่นด้วยตัวเองมากที่สุด เพื่อควบคุมต้นทุนในการทำธุรกิจและยังทำให้สามารถปรับตัวได้ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในโลกออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้นด้วย

การทำเนื้อหาบทความ SEO ให้มีคีย์เวิร์ด

วิธีเอาตัวรอดในการใช้ชีวิตกลางฝุ่นพิษ pm 2.5

ฝุ่นพิษ pm 2.5 กลายเป็นเหตุการณ์ประจำปีร่วมกับสังคมไทยมา 2-3 ปีแล้ว และมักจะแวะเวียนมาในช่วงเวลาเดิม ๆ คือช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี ทำเอาคนส่วนใหญ่ต้องโหลดแอปพลิเคชันตรวจวัดคุณภาพอากาศ อย่างแอปพลิเคชัน Air4thai มาไว้ใช้ตรวจค่าฝุ่นทุกวัน หรือไม่ก็หาซื้อเครื่องวัดคุณภาพอากาศโดยเฉพาะมาไว้ตรวจสอบให้มั่นใจ ทำเอาเครื่องฟอกอากาศ รวมไปถึงหน้ากากอนามัยชนิด N95 ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นจิ๋ว ขายดิบขายดี จนขาดตลาดเป็นช่วง ๆ ไม่ก็ราคาแพงจนหลายคนเดือดร้อน

หากคนไทยยังจำเป็นต้องอยู่กับฝุ่น pm 2.5 ต่อไปอีกหลาย ๆ ปี ก็จำเป็นต้องหาทางปรับตัวให้สามารถอยู่กับฝุ่นพิษให้ได้โดยไม่ตื่นตระหนก และหาอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นพิษสำรองไว้ในกรณีที่ไม่สามารถหาหน้ากากอนามัยชนิด N95 ได้ ในบางช่วงเวลา

วิธีการปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดท่ามกลางฝุ่น pm 2.5 ที่ไม่ควรมองข้าม

1. ปรับหน้ากากอนามัยธรรมดาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจนสามารถใช้ป้องกันฝุ่นจิ๋วได้เหมือนหน้ากาก N95 ด้วยการใช้กระดาษทิชชูซ้อน 2 แผ่นด้านใน วิธีนี้นอกจากจะช่วยกรองฝุ่นได้ใกล้เคียงกับหน้ากาก N95 แล้ว ยังช่วยประหยัดสตางค์ค่าหน้ากากไปได้เยอะเลยทีเดียว เนื่องจากหน้ากาก N95 มีราคาสูงกว่าหน้ากากอนามัยหลายเท่าตัว

2. เลี่ยงการออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง เพื่อลดผลกระทบต่อ สุขภาพ โดยเลือกการออกกำลังกายในห้องที่ปิดมิดชิด หรือเลือกประเภทกีฬาที่ไม่ต้องเล่นกลางแจ้ง เช่น ตีแบดมินตันในโรงยิม, เล่นฟิตเนส หรือ​โยคะ เป็นต้น

3. ใช้น้ำเกลือล้างจมูกในช่วงที่มีค่าฝุ่นละอองสูง เพื่อที่น้ำเกลือจะได้ชะล้างฝุ่นและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ภายในจมูกออกไป

4. เลือกกินอาหารที่ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย โดยเฉพาะอาหารในกลุ่มผักและผลไม้ ซึ่งมีสารอาหารสำคัญเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายโดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกัน อาทิ

ตำลึง, ฟักทอง, ผักบุ้ง และมะละกอ ผักและผลไม้กลุ่มนี้ให้วิตามิน A และเบตาแคโรทีน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของภูมิต้านทานในร่างกายได้โดยตรง

ปลาทะเล เป็นอาหารกลุ่มที่ให้ โอเมก้า 3 สูง ซึ่งผลวิจัยระบุว่าสามารถลดผลกระทบให้กับร่างกายจากฝุ่นพิษ pm 2.5 ได้

บรอกโคลีและผักในกลุ่มกะหล่ำ มีสารซัลโฟราเฟน ซึ่งมีสรรพคุณในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ดี

ผลไม้และผักใบเขียวต่าง ๆ ให้วิตามินซีและวิตามินอี กับร่างกาย ซึ่งจะช่วยต้านการอักเสบของร่างกาย และลดระดับอนุมูลอิสระในกลุ่มคนที่อยู่ท่ามกลางมลพิษได้เป็นอย่างดี

5. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ หรือไม่ต่ำกว่าวันละ 8-10 แก้ว

สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นตัวช่วยสำคัญ เพื่อให้ดำเนินชีวิตท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นพิษได้ ตราบที่เรายังไม่รู้ว่าฝุ่น pm2.5 จะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน

วิธีเอาตัวรอดในการใช้ชีวิตกลางฝุ่นพิษ

ทำอย่างไรจึงจะลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผล

การมีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินเป็นปัญหาสุขภาพที่พบในกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานมากยิ่งขึ้น โดยเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ชนิดอาหารที่บริโภค และพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

วิธีการลดความอ้วน ที่มีประสิทธิภาพ

1. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำด้วยการทอด

อาหารที่ทำด้วยอาหารที่ทอด เช่น ไก่ทอด ลูกชิ้นทอด มันฝรั่งทอบกรอบ ฯลฯ จะมีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ซึ่งจะเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมตามร่างกายในปริมาณสูง การจำกัดปริมาณการบริโภคอาหารกลุ่มนี้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาหลังมื้อเที่ยงเป็นต้นไป จะช่วยลดขนาดหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขาของคุณได้ และทำให้สุขภาพโดยรวมดียิ่งขึ้นด้วย

2. เปลี่ยนอาหารมื้อใหญ่เป็นมื้อเล็ก ๆ

คนที่ต้องการลดน้ำหนักควรปรับลักษณะการกินอาหาร ให้ใกล้เคียงกับคนตั้งครรภ์ หมายถึง ให้รับประทานครั้งละน้อย ๆ และเปลี่ยนจากวันละ 3 ครั้ง เป็น 4-5 ครั้ง จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดียิ่งขึ้น ทำให้สมองไม่หลั่งสารเคมีที่กระตุ้นความอยากอาหารบ่อย ๆ และยังช่วยให้ระบบฮอร์โมนอินซูลิน ลดระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น และเสริมอัตราการเผาผลาญของร่างกายได้ดียิ่งขึ้นด้วย

3. มีวินัยในการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญหรือที่เรียกว่ากระบวนการเมตาบอลิซึ่มทั่วร่างกาย เมื่อระบบการเผาผลาญดีขึ้น ไขมันที่สะสมอยู่ทั้งในอวัยวะภายใน เช่น ที่ตับ และที่อยู่ตามผิวหนัง ใต้หน้าท้อง ต้นแขนต้นขา สะโพก จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ปริมาณการออกกำลังกายที่เพียงพอ คือ วันละ 30 นาทีอย่างน้อยวันเว้นวัน จะช่วยให้คุณเห็นผลลัพธ์ด้านลดความอ้วนได้ใน 2-3 เดือน

4. แปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ

นอกจากที่การแปรงฟันจะช่วยเสริมอนามัยในช่องปากได้ดีแล้ว ยังลดความรู้สึกอยากรับประทานอาหารจุกจิกระหว่างวันได้ดียิ่งขึ้น เพราะรสชาติอาหารที่ลิ้นรับรสได้จะเปลี่ยนไป และเป็นการส่งสัญญาณให้สมองรับรู้ได้ว่า คุณได้จบมื้ออาหารแล้ว หากทำบ่อย ๆ จะกลายเป็นกิจวัตรที่ทำให้คุณควบคุมการประทานอาหารว่างหรือขนมหวานได้ดีขึ้นมาก

5. การใช้อาหารเสริมลดน้ำหนัก

อาหารเสริมลดน้ำหนักมีหลายยี่ห้อที่นำสมุนไพรจากธรรมชาติมาช่วยในการเพิ่มการเผาผลาญและลดความอยากอาหารได้ ควรสอบถามวิธีการออกฤทธิ์และผลข้างเคียงก่อนตัดสินใจซื้อจากเจ้าหน้าที่ call center ของแต่ละบริษัท หรือปรึกษาแพทย์ก่อนถ้าคุณมีโรคประจำตัว ไม่ควรซื้อทานเองเด็ดขาด

จะเห็นได้ว่า เทคนิคในการลดความอ้วนที่เราแนะนำมาทุกข้อนั้น เป็นสิ่งที่คุณสามารถเริ่มปฏิบัติได้เลย เพียงมีวินัยในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถลดความอ้วนได้อย่างแน่นอน

วิธีการลดความอ้วน ที่มีประสิทธิภาพ

เทคนิคลดฝ้าที่คุณควรรู้ ไม่อยากเป็นฝ้าต้องอ่าน

ฝ้าเป็นโรคผิวหนังที่แม้จะไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อ แต่ก็มีผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้หญิงทุกคน ซึ่งการรักษาฝ้าในปัจจุบันมีหลายวิธีที่คุณดูแลตัวเองได้ โดยประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำเลเซอร์ได้มากทีเดียว

สาเหตุที่สำคัญของฝ้า คือการกระตุ้นด้วยรังสียูวีในแสงแดด ที่ทำให้เซลล์ melanocyte มีการผลิตเม็ดสีมากเกินไป เมื่อสะสมมากขึ้นทำให้มองเห็นเป็นจุดด่างดำวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ บนใบหน้า ซึ่งทำให้ต้องรีบหาวิธีในการดูแลตัวเองเร่งด่วนไม่ให้ฝ้าลงลึกและเข้มกว่าเดิม สำหรับเทคนิคลดฝ้าที่คุณทำได้ง่าย ๆ มีดังนี้

1. ทาครีมกันแดด

ครีมกันแดดในปัจจุบันมีค่า SPF หลายระดับ ควรเลือกที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปหากต้องทำงานในที่แดดแรงหรือเล่นกีฬา และจำเป็นต้องทาซ้ำบ่อย ๆ ทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มความหนาในขณะที่เหงื่อออกชะล้างประสิทธิภาพของครีมกันแดด

2. ทาผลิตภัณฑ์สูตรรักษาฝ้า

ครีมที่มีฤทธิ์ในการลดฝ้าจาง ๆ ได้ มักเขียนว่าสูตรเพื่อผิวกระจ่างใส มีสารสกัดจากวิตามินซี มะเขือเทศ เมล็ดองุ่น ชะเอมเทศ ฯลฯ เป็นส่วนผสมซึ่งควรทาเป็นประจำต่อเนื่องวันละ 1-2 ครั้ง ก่อนทาครีมกันแดด จะช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหน้าที่หมองคล้ำให้หลุดลอกออก และทำให้เซลล์ผิวหน้าใหม่ที่สดใส ช่วยให้คุณมั่นใจขึ้นอีกครั้ง

3. พอกหน้าสมุนไพร

การพอกหน้าลดฝ้าทำได้ด้วยตัวคุณเองง่าย ๆ จากพืชสมุนไพรในครัวเรือน ได้แก่ เจลจากว่านหางจระเข้ที่ต้องล้างยางใกล้เปลือกออกให้หมด นำมาบดผสมกับไข่ขาว แล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ก่อนจะบำรุงหน้าด้วยครีมสูตรผสมวิตามินอี เทคนิคนี้เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคนที่มีฝ้าจาง ๆ และที่สำคัญ ต้องทำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งด้วย

4. น้ำแอปเปิลไซเดอร์

น้ำแอปเปิลไซเดอร์เป็นน้ำผลไม้ที่หาซื้อได้ง่ายจากห้างสรรพสินค้า มีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการหลุดลอกของเซลล์ผิวเก่า ๆ และช่วยให้เซลล์ที่เสื่อมโทรมฟื้นคืนสภาพได้เร็ว วิธีในการใช้ประโยชน์จากน้ำแอปเปิลไซเดอร์มีทั้งการดื่มผสมกับน้ำผลไม้คั้นสด และการเจือจางกับน้ำสะอาดแล้วทาบนหน้าทิ้งไว้ 10-20 นาทีก่อนล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำจะทำให้ลดความเข้มของฝ้าได้

จะเห็นได้ว่า การดูแลตัวเองให้ลดฝ้าได้มีหลายวิธี ซึ่งผู้ที่ทำตามเทคนิคที่กล่าวมาและหลีกเลี่ยงการโดนแดดช่วงหลัง 8 โมงเช้าจนถึง 4 โมงเย็น จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และไม่ต้องเสี่ยงกับการใช้ผลิตภัณฑ์รักษาฝ้าอื่น ๆ ที่มีราคาแพงจนเกินไป

สาเหตุที่สำคัญของฝ้า คือการกระตุ้นด้วยรังสียูวี

ไม่อยากเป็นโรคความดันโลหิตสูง ต้องดูแลสุขภาพอย่างไร

โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้น ๆ ของคนทั่วโลก เนื่องจากความเร่งรีบทำให้คนมักขาดการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง การบริโภคอาหารที่มีความเข้มข้นของเกลือสูง และการความเครียดในการทำงาน หากปล่อยไว้จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้ หากต้องการห่างไกลจากโรคความดันต้องดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง มาดูพร้อมกันเลย

ดูแลสุขภาพอย่างไร ให้ปลอดภัยจากโรคความดัน

ควบคุมน้ำหนัก

ค่า BMI เป็นมาตรฐานที่จะช่วยให้ทุกคนดูแลน้ำหนักตัวให้ห่างไกลจากโรคอ้วนและความดันโลหิตสูงได้ ค่า BMI มาจากน้ำหนักหน่วยเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงยกกำลัง 2 ถ้าค่า BMI มากเกินกว่า 22.9 ก็จะเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูงและโรคอ้วน การคอยชั่งน้ำหนักและคำนวณค่า BMI เป็นประจำ จะทำให้คุณมีเกณฑ์ในการควบคุมน้ำหนักตัวที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

มีการศึกษาพบว่าเมื่อคนเราออกกำลังกาย จะมีการหลั่งฮอร์โมนและสารเคมีธรรมชาติที่ดีในร่างกายออกมา เพื่อปรับสมดุลเส้นเลือดและลดไขมันสะสมที่อุดตันในเส้นเลือดที่ได้มาจากการรับประทานอาหาร เช่น LDL และไตรกลีเซอไรด์ได้ เพียงออกกำลังกายวันละ 30 นาที เป็นประจำทุกวันจะช่วยให้ระดับความดันโลหิตสูงลดลงได้ประมาณ 10 มิลลิเมตรปรอท เข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น คือไม่เกิน 120/ 80 มิลลิเมตรปรอท

ผ่อนคลายความเครียด

ความเครียดเป็นสาเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตสูง เพราะไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทที่ทำให้เส้นเลือดหดเกร็งตัว หากเป็นเส้นเลือดที่มีขนาดเล็กในสมองและมีความเปราะบาง จะทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้ง่าย การผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการเลี้ยงสัตว์ การเล่นกับสุนัขและแมว ร้องเพลง เต้นแอโรบิก อ่านหนังสือนิยาย ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ฯลฯ สามารถช่วย ลดความเครียดและทำให้ลดความเสี่ยงการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้

ลดการเข้าสังคม

เมื่อต้องเข้าสังคม หลายคนมีการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและยังทำให้คุณมีคุณภาพการนอนหลับที่ลดลง เพราะการหลั่งสารเมลาโทนินที่ช่วยในการนอนหลับจะเปลี่ยนแปลงไป และการสร้างโกรทฮอร์โมนที่ช่วยในการฟื้นฟูร่างกายตอนกลางคืนก็จะด้อยกว่าปกติ การเข้าสังคมที่น้อยลงจะช่วยให้สุขภาพคุณดีขึ้นและห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้แน่นอน

การดูแลสุขภาพให้ปลอดโรคความดันโลหิตสูงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจเพื่อให้สุขภาพดีขึ้นในระยะยาว เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านตระหนักถึงภัยร้ายใกล้ตัว อย่างโรคความดันโลหิตสูงมากยิ่งขึ้น เพื่อการดูแลสุขภาพตัวเองที่ดีต่อไป

ดูแลสุขภาพอย่างไร ให้ปลอดภัยจากโรคความดัน

ธุรกิจร้านกาแฟสำเร็จได้ แค่รู้ 4 เคล็ดลับนี้

“อยากมีธุรกิจร้านกาแฟต้องรู้อะไรบ้าง” “ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จแบบร้านแบรนด์ดัง” เป็นคำถามจากคนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจร้านกาแฟ ซึ่งเป็นงานในฝันให้สำเร็จ เพราะคนไทยนิยมดื่มกาแฟมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก หากรู้จุดที่ต้องใส่ใจก็จะทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงได้

เราจึงรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดที่แนะนำแก่ผู้ที่อยากทำธุรกิจร้านกาแฟให้สำเร็จ ว่าควรจะต้องใส่ใจในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. การคิดชื่อร้านและคิดชื่อเมนูเด่น

การคิดชื่อร้านต้องดึงดูดความสนใจและจำง่าย สื่อถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รวมทั้งควรมีการคิดโลโก้หรือตัวมาสคอตการ์ตูนที่ช่วยสร้างความจดจำได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ควรคิดชื่อเมนูเด่นประจำร้านที่ทำให้ลูกค้าอยากสั่งมารับประทานคู่กับกาแฟด้วย ไม่ว่าจะเป็น เมนูขนมหวาน แซนวิช สลัด เค้ก คุกกี้ ฯลฯ ที่ช่วยให้ลูกค้าติดใจอยากกลับมาใช้บริการบ่อยๆ ทำให้เพิ่มยอดขายได้ดียิ่งขึ้นตามไปด้วย

2. มีบริการเสริมครบวงจรที่น่าประทับใจ

นอกจาก การมีมารยาทที่ดี ใส่ใจลูกค้าด้วยการยิ้มทักทาย สังเกตและจดจำสูตรกาแฟที่ลูกค้าประจำชื่นชอบได้แล้ว ยังต้องมีบริการเสริมอื่น ๆ เพราะคนรุ่นใหม่นิยมใช้ร้านกาแฟเป็นสถานที่ทำงานแบบออนไลน์และนัดพูดคุยงาน ร้านกาแฟที่ดีจึงต้องให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ลูกค้าอย่างหลากหลาย ทั้งนี้ มีการวิจัยว่าลูกค้าจะนิยมใช้บริการร้านกาแฟที่มีสัญญาณ Wi-Fi อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ชาร์จแบตเตอรี่ และบริการน้ำเปล่าฟรีมากกว่าร้านที่ไม่มีบริการเหล่านี้

3. คุณภาพของกาแฟ

สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจเสมอ คือ คุณภาพของวัตถุดิบ ทั้งเมล็ดกาแฟ น้ำตาล ครีมเทียม ฯลฯ ซึ่งแต่ละแหล่งผลิตจะมีสูตรที่แตกต่าง โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟแต่ละสายพันธุ์จะมีกลิ่น รสและสีที่เฉพาะตัว ควรที่จะมีระบบในการรักษามาตรฐาน ซื้อจากแหล่งที่ไว้ใจได้ หากเป็นกาแฟออร์แกนิค เพาะปลูกโดยไร้ยาฆ่าแมลง ไร้สารตกค้าง ก็จะทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจและอยากดื่มเป็นประจำมากขึ้น

4. การตกแต่งร้านต้องมีดีไซน์ที่เก๋ไก๋

คนรุ่นใหม่จะชอบร้านกาแฟที่มีบรรยากาศเป็นธรรมชาติ มีการใช้กระจก อ่างเลี้ยงปลา ดอกไม้หรือไม้เถาวัลย์ ตกแต่ง ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง เหมือนกำลังอยู่ที่บ้าน และยังทำให้ถ่ายภาพได้สวย ซึ่งไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่จะชอบถ่ายภาพแล้วอัพเดทสถานะลงใน IG และ Facebook การตกแต่งร้านอย่างมืออาชีพ จึงช่วยให้ร้านกาแฟของคุณมีลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นได้ตลอดทั้งปี

เทคนิคที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้สำหรับการทำธุรกิจร้านกาแฟให้ประสบความสำเร็จ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้ทุกท่านคิดไอเดียใหม่ ๆ เพื่อทำธุรกิจร้านกาแฟให้ยั่งยืนและประสบความสำเร็จมากขึ้น

ธุรกิจร้านกาแฟสำเร็จได้ แค่รู้ 4 เคล็ดลับนี้

วิธีบริหารการใช้จ่ายเพื่อเงินเก็บมากขึ้น

ทุกคนอยากจะมีเงินในบัญชีธนาคารให้มากเข้าไว้ จะได้มั่นใจว่าในอนาคตจะไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง และยังสามารถมีไลฟ์สไตล์ใช้ชีวิตแบบที่ชื่นชอบหรือมีเงินเก็บวัยเกษียณเพิ่มมากขึ้น

วิธีบริหารเงินเพื่อเสริมสร้างเงินเก็บ จึงต้องเริ่มทำเสียแต่วันนี้ ได้แก่

1. การทําบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นประจำ

เป็นหนึ่งในหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ทุกคนใช้ประโยชน์ได้ การมีบัญชีรับจ่ายจะทำให้รู้ว่าในแต่ละเดือนคุณมีค่าใช้จ่ายคิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของรายได้ และเพื่อที่จะได้ดูว่าหมวดสินค้าใดที่ไม่จำเป็นและสามารถตัดออกได้บ้าง เพราะส่วนนั้นจะกลายมาเป็นเงินเก็บให้มากขึ้นได้

2. ให้ความสำคัญกับการจ่ายหนี้หรือค่าใช้จ่ายประจำ

การจ่ายค่าน้ำไฟ ค่าเช่าบ้าน ค่างวดรถ รวมถึงหนี้เงินกู้เพื่อการศึกษา หนี้สินบัตรเครดิต ฯลฯ เป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องมีวินัยในการชำระตามงวดที่กำหนดไว้ ไม่ควรค้างนานเพราะจะมีปัญหาเสียเครดิตและต้องเพิ่มการจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้นด้วย หากมีวินัยส่วนนี้ จะทำให้คุณมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น และยังเป็นการสร้างความรับผิดชอบในด้านอื่น ๆ ด้วย

3. การควบคุมค่าใช้จ่ายด้านอาหาร

คุณสามารถที่ทำอาหารได้เองเพื่อลดค่าอาหารนอกบ้าน เริ่มจากเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การทอดไข่ ทำต้มจืด ยำ หรือทำอาหารคลีนผักสลัดแบบง่าย ๆ เทคนิคนี้ คือช่องทางในการประหยัดเก็บเงินให้มากขึ้น ลองคิดดูว่าจะดีแค่ไหน ถ้าค่าใช้จ่ายด้านอาหารวันละ 3 มื้อ ที่เคยจ่ายหลายพันบาทในแต่ละเดือน จะกลายมาเป็นเงินเก็บได้มากขึ้น

4. การซื้อสินค้าต้องคำนึงถึงโปรโมชั่น

สินค้าบางประเภท ทางบริษัทจะมีช่วงลดราคาพิเศษตอนปลายปี หรือก่อนเปลี่ยนคอลเลคชั่นใหม่ อย่างเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ จึงควรติดตามซื้อตอนนั้น หรือหากมีโปรโมชั่น ซื้อ 2 แถม 1 ช่วงใด ก็ควรซื้อตุนไว้ โดยเฉพาะของใช้ประจำในบ้าน น้ำยาล้างจาน น้ำยาขัดห้องน้ำ ผงซักฟอก จะทำให้ได้ของดีราคาถูกต่ำกว่าครึ่ง ซึ่งแม้บางอย่างอาจจะตกรุ่นไปบ้าง แต่ก็ทำให้คุณประหยัดได้คุ้มค่ามากกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ควรที่จะเห็นแก่ของแถมหรือว่าสินค้าที่ราคาถูก หากคุณภาพไม่ดี ใช้ได้ไม่นานก็หมดสภาพ ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องซื้อสะสมไว้

จะเห็นได้ว่าวิธีบริหารการใช้จ่ายเพื่อมีเงินเหลือเก็บมากขึ้นที่กล่าวมานั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้ทุกท่านใส่ใจการทำบัญชี มีวินัยในการใช้จ่าย การวางแผนชำระหนี้สินอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อให้คุณมีเงินเหลือเก็บได้มากขึ้นต่อไป

วิธีบริหารการใช้จ่ายเพื่อเงินเก็บมากขึ้น

โรคร้ายเสี่ยงตายของสัตว์เลี้ยง คนรักสุนัขและแมวต้องอ่าน

ปัจจุบันเรานิยมเลี้ยงสุนัขและแมว เป็นเพื่อนให้หายเหงาและแก้เครียดจากการทำงานหนักในแต่ละวัน เพราะสุนัขและแมวเป็นสัตว์ที่มีความน่ารัก มีบุคลิกเฉพาะตัวและชอบใกล้ชิดกับคน ทั้งยังสามารถฝึกให้ทำตามคำสั่งอย่างง่ายได้

อย่างไรก็ตาม สัตวแพทย์แนะนำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงระมัดระวังและสังเกตอาการผิดปกติ ที่อาจทำให้สัตว์ป่วยถึงตายได้ ดังนี้

1. โรคอ้วน

ปัจจุบันมีสัตว์เลี้ยงป่วยด้วยโรคอ้วนมากขึ้น เพราะเจ้าของกินอย่างไรก็มักให้อาหารกับสัตว์เลี้ยงอย่างนั้น ซึ่งมีส่วนประกอบที่เป็นไขมันมากเกินความจำเป็นของร่างกายสุนัขและแมว โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ติดมันที่ทำด้วยกรรมวิธีการทอด เช่น ไก่ทอด หนังปลากรอบ แคปหมู ฯลฯ จะทำให้สัตว์ป่วยเป็นโรคอ้วน พร้อมกับโรคเรื้อรังอื่น เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ทำให้อายุสั้นและจากไปก่อนเวลาอันควร

2. โรคพยาธิหนอนหัวใจ

เป็นโรคร้ายที่เกิดจากยุงที่มีเชื้อมากัดสุนัขและแมว ทำให้สัตว์ที่ติดเชื้อมีลักษณะซึมลง เบื่ออาหาร หายใจหอบเหนื่อย อ่อนเพลียง่าย หากมีอาการมากจะไอเป็นเลือด ท้องบวม และตายในเวลาอันสั้น การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การฉีดวัคซีนป้องกันตามช่วงอายุ และเลี้ยงในมุ้งที่ไม่มียุงรบกวน

3. โรคฟันผุ

สุนัขและแมว จะมีคราบหินปูนสะสมตามฟันและบริเวณเหงือก ตามอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะหากเลี้ยงด้วยอาหารของคน จึงจำเป็นต้องมีการเสริมด้วยขนมหรือของเล่นที่ออกแบบมาโดยเฉพาะให้มีความแข็งเหมาะสม เพื่อช่วยในการสลายคราบหินปูน ลดปัญหาฟันผุและโรคเหงือกได้ เพราะหากปล่อยให้มีปัญหาฟันผุและโรคเหงือกขั้นรุนแรง อาจเกิดการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและทำให้สัตว์ตายได้

4. โรคไตวาย

เป็นโรคที่เกิดง่ายกับสุนัขและแมวบางสายพันธุ์ ประกอบกับอายุที่มากขึ้นและอาหารที่เจ้าของเลี้ยง หากให้อาหารของคนซึ่งมีความเค็มสูง จากการใส่เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว ผงชูรส รวมถึงให้ขนมปัง เบเกอรี่ซึ่งมีการใส่ผงฟู (มีเกลือโซเดียมในสูตรเคมี) ก็จะทำให้ไตของสุนัขและแมวทำงานบกพร่องเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งสัตว์ที่ป่วยด้วยโรคไต มักเริ่มจากมีอาการซึม น้ำหนักลด ต้องให้สัตวแพทย์เจาะเลือดตรวจอย่างละเอียดเพื่อทำการรักษาที่ตรงจุด

สัตวแพทย์แนะนำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงระมัดระวัง

จะเห็นได้ว่า โรคของสุนัขและแมวเหล่านี้ สามารถป้องกันได้ด้วยการควบคุมอาหารให้เหมาะสมกับชนิดของสัตว์ การฉีดวัคซีนให้แก่สุนัขและแมวตามช่วงอายุ และการดูแลสถานที่เลี้ยงให้ปลอดจากยุงและพาหะนำโรค การใส่ใจศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนการเลี้ยงและการสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตดีที่สุด

« Older posts