ซื้อรถมือหนึ่งหรือมือสองดีกว่ากัน ?

ในปัจจุบันใคร ๆ ต่างก็ต้องการซื้อรถเอาไว้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและยิ่งในช่วงที่โควิดระบาดก็จำเป็นต้องระมัดระวังการพบปะผู้คนมากขึ้น การซื้อรถใช้เป็นส่วนตัวจึงเป็นทางออกที่ดี เพื่อไม่ต้องไปเสี่ยงติดโรคจากการใช้รถสาธารณะร่วมกับคนอื่น แต่ทั้งนี้ในตลาดในท้องตลาดก็มีทั้งรถมือหนึ่งและมือสองให้คุณเลือกซื้อ จะมาดูกันว่าจะเลือกซื้อรถมือหนึ่งหรือมือสองนั้น แต่ละแบบมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรบ้าง

การซื้อรถมือหนึ่ง

หมายถึง การซื้อรถจากศูนย์ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินสดหรือการผ่อนซื้อ ซึ่งจะเป็นรถที่ออกมาจากโรงงานสดใหม่ ไม่มีการใช้งานใด ๆ มาก่อน การที่เป็นรถสภาพใหม่เอี่ยมจึงมีโอกาสเกิดปัญหาน้อย อะไหล่ยังมีอายุนาน แล้วยังได้รับประกันชั้น 1 และฟรีค่าตกแต่งหรือได้ของแถมต่าง ๆ จากเซลล์เป็นมูลค่าที่สูงด้วย จึงเหมาะกับคนที่ต้องการภาพลักษณ์ว่ามีความสามารถในการซื้อรถมือหนึ่งป้ายแดงขับโฉบเฉี่ยวไปที่ต่าง ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม ในด้านของข้อเสียนั้นก็มีด้วย เพราะคุณจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการซื้อรถมือสอง ยิ่งเป็นรถรุ่นที่ออกมาใหม่ ๆ ก็ยิ่งแพง และอาจมีปัญหาเชิงเทคนิคของเครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีผู้ใดรายงานหรือศึกษาวิธีการแก้ไขปัญหาเอาไว้ นอกจากนี้ เมื่อคิดจะขายรถเป็นรถมือสองในวันข้างหน้า ราคาก็จะตกลงไปเป็นจำนวนมาก

การซื้อรถมือสอง

ข้อดีของการซื้อรถมือสองที่สำคัญ คือ เมื่อรถคันนั้นถูกผ่านการใช้งานมาแล้ว ผู้ใช้คนเก่ามักแก้ไขปัญหาเพื่อการใช้งานไปแล้วบางส่วน และตกแต่งให้สวยงามต่าง ๆ มากกว่ารถออกใหม่ ทั้งภายนอก เช่น ใส่หลอดไฟเพิ่ม ติดคิ้ว ใส่สเกิร์ต ฯลฯ และภายใน เช่น ติดหน้าจอ Android เปลี่ยนเบาะใหม่ ติดกล้อง ฯลฯ และถ้าจะขายต่อเป็นรถมือ 3 หรือ 4 ราคาขายจะไม่ตกไปจากราคาตอนที่คุณซื้อมากนักด้วย

แต่ว่าข้อเสียของการใช้รถมือสองก็มี ที่สำคัญก็คือหากเป็นรถเก่าที่มีอายุหลายปีแล้วถูกผ่านการใช้งานอย่างสมบุกสมบัน อุปกรณ์ก็จะเสื่อมและถึงเวลาที่ต้องหลังตรวจเช็ครับรถไม่นาน

แน่นอนว่าการซื้อรถมือสอง ไม่ได้เหมือนการซื้อเว็บ livescore7m มือสองมาทำต่อ เพราะเว็บไม่มีค่าเสื่อมสภาพ แต่รถมีการเสื่อมของอะไหล่ การเลือกซื้อรถมือหนึ่งหรือมือสองนั้น ขึ้นอยู่กับความสะดวกในด้านการเงิน ความรู้ในการเลือกรถที่เหมาะกับราคา การรู้จักกับช่างที่มีความสามารถซ่อมแซมชิ้นส่วนในราคาที่เหมาะสมหากไม่ใช้บริการศูนย์ หวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณได้ข้อคิดที่ดีไปตัดสินใจในการซื้อรถมือ 1 และมือ 2 ได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

เทรนด์การทำงานทางไกลในร้านกาแฟดีอย่างไร

เมื่อร้านกาแฟกลายเป็นออฟฟิศนอกสถานที่ยอดฮิตในของคนทำงานอิสระยุคทำงานทางไกล  ไม่ใช่เพราะมี Wi-Fi ให้ใช้ทั้งแบบฟรีและคิดค่าบริการรายชั่วโมงเท่านั้น ลูกค้ายังได้รับความสะดวกสบายในบรรยากาศดี ๆ ช่วยให้คิดงานได้ไหลลื่นในร้านกาแฟสมัยใหม่ ข้อดีของการเลือกทำงานในร้านกาแฟมีอะไรบ้างมาดูกัน

1.ทำงานไปด้วยได้จิบเครื่องดื่มแก้วโปรดไปด้วย ได้เติมพลังและผ่อนคลายความเครียดระหว่างคิดงานไปด้วย ต้องยอมรับว่ากาแฟในร้านมีกลิ่นหอมละเมียดละไม ลิ้มรสชาติในแบบที่ชอบอร่อยกว่ากาแฟชงเอง ไม่ว่าจะเอสเปรสโซ คาปูชิโน มอคค่า อเมริกาโน่ ลาเต้ หรือแม้แต่ของว่างอื่น ๆ ความสุขในการจิบกาแฟส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพ

2.ทำเลร้านกาแฟที่นั่งสบายมีบรรยากาศดีช่วยให้การทำงานในร้านกาแฟง่ายขึ้น ทุกวันนี้มีร้านกาแฟให้เลือกมากมาย ลองเลือกสถานที่ที่เงียบสงบ คนน้อยไม่วุ่นวาย ไม่มีสิ่งรบกวนรอบตัว เป็นบรรยากาศที่เหมาะกับการทำงาน ร้านกาแฟที่มีโต๊ะเพียงพอที่จะนั่งได้นานเป็นตัวเลือกดีที่สุดสำหรับการคิดงานนาน ๆ แต่จำนวนลูกค้าก็มากตามไปด้วย อาจต้องใช้หูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยให้โฟกัสกับงานได้ดีขึ้น ช่วยป้องกันไม่ให้เสียงคนพูดคุยอยู่ใกล้ ๆ รบกวนสมาธิ ลดความฟุ้งซ่าน และจดจ่อกับงานที่ทำอยู่ได้มากขึ้น

3.ร้านกาแฟหลายแห่งสร้างพื้นที่ทำงานให้กับคอกาแฟโดยเฉพาะ บริการสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้ทำงานได้สะดวกไม่ต่างจากออฟฟิศ มีทั้งปลั๊กไฟ Wi-Fi สาธารณะ หรือแม้แต่ห้องประชุม อย่างไรก็ตาม บริการ Wi-Fi สาธารณะฟรีในร้านกาแฟเป็นประโยชน์สำหรับการทำงานทางไกล แต่ไม่ปลอดภัยเสมอไป ระหว่างเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ที่ไม่ปลอดภัยของร้านกาแฟควรเข้ารหัสเพื่อไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเจาะข้อมูลนำไปแสวงหาผลประโยชน์ อย่าลืมอัปเดทซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสสม่ำเสมอ

4.ร้านกาแฟที่ให้ใช้ Wi-Fi ฟรีเมื่อซื้อกาแฟแล้วได้รหัสผ่านใช้อินเทอร์เน็ตที่อยู่ท้ายใบเสร็จ ลูกค้าอาจต้องซื้อกาแฟทุก 1-2 ชั่วโมง ถ้าไม่อยากมึนคาเฟอีนอาจเปลี่ยนเป็นขนมเค้กหรือของว่างอื่น ๆ แทน ช่วยเติมพลังงานทำให้ไม่รู้สึกหิวและทำงานได้นาน แต่การนั่งทำงานนานหลายชั่วโมงไม่ดีต่อสุขภาพ ควรหยุดพักทำงานภายใน 2-3 ชั่วโมง ร้านกาแฟเล็ก ๆ ส่วนใหญ่ไม่ชอบลูกค้าที่นั่งนานเกินไปด้วย

5.ระหว่างทำงานหลายคนชอบฟังเพลงคลอไปด้วยทำให้อารมณ์ดี เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ ควรสร้างเพลย์ลิสต์สำหรับฟังเพลงระหว่างทำงาน ถ้าเป็นงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์จะเปิดเพลงร็อกฟังบ้างก็ได้ แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องการสมาธิแนะนำให้เลือกฟังดนตรีคลาสสิก แจ๊ส หรือเพลงป็อบ ทำให้อารมณ์ดีและมีสมาธิกับงานด้วย

คำแนะนำสำหรับคนที่เข้าไปนั่งทำงานอยู่ในร้านกาแฟ คุณควรเป็นลูกค้าที่ดี มีมารยาทและความเห็นอกเห็นใจทางร้าน อุดหนุนเครื่องดื่ม อาหาร และซื้อของจากร้านกาแฟเพื่อให้ทางร้านมีรายได้และอยู่ได้ ดูแลความสะอาดไม่ทำโต๊ะรกหรือคุยโทรศัพท์เสียงดัง ถ้าเป็นไปได้ควรให้ทิปพนักงานที่เอาใจใส่คุณเป็นอย่างดี เพื่อให้ทางร้านยินดีต้อนรับเมื่อคุณกลับมาใช้บริการอีกครั้ง

Phishing หลงกลโดนตกข้อมูล

หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “Phishing” มาบ้างแล้ว Phishing เป็นการปลอมแปลงเพื่อมีวัตถุประสงค์ขโมยข้อมูลทั้งข้อมูลส่วนตัว, ข้อมูลทางการเงิน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เพื่อหลอกเงินจากเหยื่อนั่นเอง!

กลโกงของ Phishing

พบในรูปแบบ SMS มาพร้อมกับแนบ Link ให้กดเพื่อนำไปสู่เว็บไซต์ปลอม หรือ ให้โทรกลับไปตามเบอร์ที่ให้ไว้ ส่วนอีกวิธีที่นิยมก็คือโทรศัพท์เข้ามือถือของเหยื่อ แอบอ้างเป็น Bank, ตำรวจ, กรมสรรพากร ฯลฯ เพื่อให้เหยื่อตายใจหลงกล

วิธีการดูเว็บไซต์ปลอม

Phishing มักมาพร้อมลิงก์ไปสู่เว็บไซต์ปลอม แล้วดูอย่างไรบ้างว่าเป็นเว็บไซต์ปลอม 

1. ให้ดูที่ URL และชื่อผู้ส่ง ที่อยู่ตรงมุมซ้ายด้านบนของจอ, โดยให้คลิกไปที่ชื่อผู้ส่ง มันจะมีความขัดแย้งกันอยู่ แม้ว่าจะมีการนำชื่อของเว็บไซต์ที่เรารู้จักเข้ามาเกี่ยวข้องก็ตาม

2. ดูชื่ออีเมล์หรือเนื้อหา เช่นเดียวกับชื่อผู้ส่งที่มักจะมีความขัดแย้งจนไม่ยากที่จะสังเกต บ่อยครั้งที่มีการขอข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ วันเดือนปีเกิด เลขที่บัตรเครดิต ฯลฯ  ที่พบบ่อยคือมีการเร่งรัดให้รีบดำเนินการ หรือ มีข้อความในเชิงข่มขู่  และคำขึ้นต้น/ทักทายจะใช้ เรียน ผู้ใช้บริการ, สวัสดีคุณลูกค้า  เป็นการเรียกแบบกว้าง ๆ ซึ่งถ้าเมล์,ข้อความนั้นถูกส่งมาจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ หรือหน่วยงานจริง ๆ ก็มักจะมีการระบุชื่อของเราลงไปเลย ลองสังเกตเมล์แจ้งเตือนที่มาจากธนาคาร จะมีชื่อของเราปรากฏอยู่ด้วยในคำขึ้นต้น 

3. ดูลิงก์หรือไฟล์แนบที่น่าสงสัย ที่อาจซุกซ่อนอยู่ในหน้าเพจ, ในรูปภาพ วิธีเช็กสอบง่าย ๆ คือ เลื่อนเมาส์ไปบนหน้าเพจ ลิงก์ที่ซ่อนไว้จะปรากฎให้เราได้เช็กสอบในเบื้องต้น  ให้เช็กสอบแต่อย่ากดหรือคลิกลงไป ถ้าให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็เช่น ใน Wikipedia จะมีลิงก์อยู่ทั้งในภาพและข้อความเพื่อนำไปสู่แหล่งอ้างอิงข้อมูล ถ้าเราเลื่อนเมาส์ไปตรงนั้นก็จะเห็นลิงก์ปรากฎขึ้นมา

4. ดูข้อความแจ้งเตือน กรณีที่เราใช้เมล์ที่องค์กรของเราอนุญาต ก็จะมีระบบตรวจสอบเบื้องต้นและเด้งข้อความแจ้งเตือนขึ้นมา เราจึงควรใส่ใจกับข้อความแจ้งเตือนแบบนี้ด้วย เพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยสกรีนเบื้องต้นให้กับเราแล้ว 

วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ Phishing ได้อย่างไร 

เมื่อเราได้รับ SMS ที่น่าสงสัย ห้ามคลิกลิงก์ที่แนบมาด้วย ไม่โทรกลับไปตามเบอร์ที่ให้ไว้ ในกรณีได้รับเมล์ที่น่าสงสัย ถ้าเราไม่รู้จักผู้ส่งก็ไม่ควรเปิดไฟล์ที่แนบมากับเมล์  ถ้าสงสัยไม่แน่ใจหรือกังวลใจ ให้ติดต่อหน่วยงานนั้นโดยตรงและที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการลงทะเบียนหรือแจ้งข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน กลับไป

พึงจำให้ขึ้นใจหน่วยงานที่น่าเชื่อถือจะไม่มีการร้องขอข้อมูลส่วนตัวผ่านทางเว็บไซต์หรือโทรศัพท์โดยเด็ดขาดและถ้าเราไม่มั่นใจก็ควรติดต่อหน่วยงานนั้นโดยตรงเพื่อเช็คสอบ หรือเบอร์ Call Center ทางการ ไม่ใช่ตามเบอร์ที่แนบมา  เพียงเท่านี้เราจะปลอดภัยจากการตกเป็นเหยื่อ “Phishing” แล้ว

เคล็ดลับสุขภาพดี กินอาหารอย่างไรให้สมดุล

อยากมีสุขภาพดีกุญแจสำคัญอยู่ที่การรับประทานอาหารหลากหลายประเภทและกินปริมาณเหมาะสมทำให้ได้รับสารอาหารอย่างสมดุล ครบถ้วนทั้งโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ และถั่ว อาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง รวมถึงผักและผลไม้ที่อุดมวิตามิน แร่ธาตุ และกากใยอาหารช่วยในการขับถ่าย เป็นเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ใช้ได้ผลช่วยดูแลสุขภาพดีได้ง่ายขึ้น

กินอาหารแบบสมดุล ไม่งดคาร์โบไฮเดรต
แป้งหรือคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารหลักในสารอาหาร 5 หมู่ แป้งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญซึ่งควรมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของอาหารมื้อหลักแต่ละมื้อ แนะนำให้เลือกแป้งที่ทำจากธัญพืชไม่ขัดสีซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินอี ไม่ว่าจะเป็นข้าว ขนมปัง พาสต้า หรือซีเรียล หลายคนอาจกังวลว่ากินแป้งแล้วจะอ้วน แนะนำให้เลือกซีเรียลแบบโฮลเกรนที่มีไฟเบอร์สูงเป็นอาหารเช้า แซนด์วิชสำหรับมื้อกลางวัน ส่วนอาหารเย็นเป็นก๋วยเตี๋ยว พาสต้าหรือข้าวกล้องก็ได้

กินปลามากขึ้น
เหตุผลที่ควรกินปลาและน้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมเพราะเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม ปลาบางชนิดมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยให้หัวใจของเราแข็งแรง ทั้งเช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาเทราท์ ปลาซาร์ดีน ปลาไหล ส่วนปลาที่มีไขมันน้อยคือปลาทูน่า นอกจากนี้เนื้อปลายังอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย ปลาสดเป็นตัวเลือกดีที่สุด ส่วนปลากระป๋องและปลาที่ผ่านการถนอมอาหารมักจะมีเกลือปริมาณมาก พยายามเลือกกินปลาหลากหลายประเภทและระมัดระวังปลาที่เสี่ยงมีสารปรอทปนเปื้อน

กินผักและผลไม้มากขึ้น
คนส่วนใหญ่กินผักผลไม้ไม่เพียงพอ พยายามกินผักและผลไม้หลากหลายชนิดในแต่ละวัน ถ้าจะให้ง่ายมากขึ้น ลองเพิ่มน้ำผลไม้ 1 แก้ว และกล้วยหั่นเป็นแว่นสำหรับมื้อเช้า เพิ่มสลัดในมื้อกลางวัน เพิ่มแอปเปิลหรือสาลี่เป็นอาหารว่างยามบ่าย มื้อเย็นเพิ่มผัดผัดหรือแกงจืดอีกสักอย่าง ถ้าไม่สะดวกรับประทานผลไม้สด ใช้ผลไม้กระป๋อง ผลไม้อบแห้งหรือน้ำผลไม้คั้นก็ได้ แต่ไม่ใช่มันฝรั่งทอดเพราะนับเป็นอาหารประเภทแป้ง ไม่ใช่ผักผลไม้

ศึกษาเรื่องไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัว
ไขมันเป็นสารอาหารจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ถ้าอยากให้มีสุขภาพดีควรเลือกรับประทานไขมันไม่อิ่มตัวและหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว หลายคนไม่แน่ใจว่าไขมันทั้งสองชนิดแตกต่างกันอย่างไร มาดูกันเลย

  • ไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันโคเลสเตอรอล ไขมันไตรกลีเซอไรด์ พบในอาหารประเภทไขมันสัตว์ ไขมันจากกะทิ เนย และไข่แดง จะสะสมในร่างกายทำให้เกิดโรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจ จำเป็นต้องบริโภคแต่จำกัดปริมาณไม่มากเกินไป
  • ไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด พบได้ในน้ำมันพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันทานตะวัน ปลาทะเล ถั่ว และเมล็ดธัญพืช

แนะนำให้ลดอาหารประเภท ไส้กรอก เนื้อสัตว์ติดมัน เนยแข็ง น้ำมันหมู เค้กและบิสกิต กะทิ และน้ำมันปาล์ม ขณะเดียวกันควรลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และดื่มน้ำอัดลมน้อยลงเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ

โรคที่ต้องระวังในช่วงตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง

ช่วงตั้งครรภ์เป็นภาวะพิเศษของร่างกายที่คุณแม่จะมีความอ่อนแอเสี่ยงต่อโรคหลายชนิด ทั้งมีความผันผวนของระบบฮอร์โมน ช่วงที่ตั้งครรภ์ 9 เดือนจึงเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ผู้หญิงต้องดูแลสุขภาพตัวเอง ให้ห่างไกลจากหลายโรค ทั้งที่มาจากการติดเชื้อและโรคเรื้อรังบางอย่าง อันอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก ดังนี้

1.โรคเบาหวาน
คุณแม่หลายคนมีภาวะเบาหวานเกิดขึ้นในช่วงเวลาตั้งครรภ์ ซึ่งต้องระมัดระวังและหมั่นเจาะเลือดตรวจเป็นระยะตามแพทย์นัด เพราะการมีน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติต่อเนื่องจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กในท้องและหลังคลอดได้

2.การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
เมื่อมดลูกขยายขนาดใหญ่ขึ้นจากเด็กที่อายุครรภ์มากขึ้น จะทำให้เกิดแรงกดต่อกระเพาะปัสสาวะ และหากมีพฤติกรรมกลั้นปัสสาวะอยู่เสมอด้วย ก็จะเกิดการติดเชื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น คุณแม่ตั้งครรภ์จึงต้องคอยดื่มน้ำเป็นระยะและห้ามกลั้นปัสสาวะ เพื่อลดความจำเป็นในการกินยาฆ่าเชื้อ อันควรหลีกเลี่ยงในระหว่างการตั้งครรภ์

3.โรคโลหิตจาง
ในระหว่างการตั้งครรภ์ผู้หญิง ลูกในท้องจะมีการใช้ทรัพยากรภายในร่างกายของแม่ เช่น เลือด สารน้ำ โปรตีน ฯลฯ หากบำรุงร่างกายไม่เพียงพอ การรับประทานโปรตีน ผัก ผลไม้ น้อยเกินไป จะทำให้มีอาการของภาวะเลือดจางได้ อาทิ เวียนหัว หน้ามืด เม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ ซึ่งต้องชดเชยด้วยการเสริมธาตุเหล็กและการรับประทานอาหารบางชนิด เช่น เลือดหมู ไข่แดง ฯลฯ

4.ภาวะแพ้ท้อง
อาการแพ้ท้องมักเป็นเฉพาะในช่วงระยะ 2-3 เดือนแรก หลังจากนั้นจะทุเลาลง แต่มีหลายคนที่มีอาการแพ้ท้องจนคลอด จึงรับประทานอาหารได้น้อยกว่าปกติ สารอาหารที่ได้รับจึงไม่เพียงพอต่อพัฒนาการของลูก เมื่อเด็กมีน้ำหนักน้อยจะสัมพันธ์ต่อความเสี่ยงเสียชีวิตได้มากขึ้น

5.ความดันโลหิตสูง
เนื่องจากระบบการไหลเวียนของเลือดจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมต้องสูบฉีดเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงที่แม่คนเดียว กลายเป็นต้องเลี้ยงทั้งสองชีวิต คือ แม่และเด็กในท้อง ดังนั้นภาวะความดันโลหิตสูงและความผิดปกติของหัวใจจึงพบได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ ทางที่ดีควรพบแพทย์เป็นประจำตามนัดเพื่อตรวจพบความผิดปกติอย่างรวดเร็วและรับการรักษาได้ทันท่วงที

6.โรคซึมเศร้า
คุณแม่หลายคนมีภาวะซึมเศร้าในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด ซึ่งต้องอาศัยความสัมพันธ์ภายในครอบครัวช่วยเหลือกันและทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่อนคลายภาวะอารมณ์ที่ตึงเครียด โดยเฉพาะคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือคุณแม่ที่ต้องทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วย ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงต่อโรคนี้มากขึ้น

ก่อนการตั้งครรภ์ เราควรเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันและสังเกตอาการของโรคต่าง ๆ ที่มักเกิดขึ้นในระยะตั้งครรภ์ และเมื่อตั้งครรภ์แล้วก็ควรหมั่นตรวจร่างกายเพื่อพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้จัดการกับโรคที่กล่าวมาได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว

บอกต่อข้อดี 5 ประการของการฝึกใจที่ได้ประโยชน์ต่อการทำงาน

ความสำคัญในชีวิตของคนเรา นอกจากเรื่องของการให้เวลากับครอบครัวแล้วก็ยังมีเรื่องของการทำงานที่สำคัญเช่นเดียวกัน ดังคำพูดที่ฮิตติดหูกันในยุคดิจิตอลนี้ว่าการบาลานซ์ชีวิตที่ดีที่สุดคือการทำให้เรื่องส่วนตัวและเรื่องงานสมดุลกัน หรือก็คือทำให้มี Work and Life Balance ที่ดีนั่นเอง และเครื่องมือหนึ่งที่ทุกคนสามารถปรับใช้กับชีวิตเพื่อให้มี Work and Life Balance ที่ดีได้คือการฝึกใจและสมาธิในที่ทำงาน วันนี้เราจะมาบอกประโยชน์ของการฝึกใจและสมาธิในที่ทำงานเพื่อจะได้รักษาสมดุลให้ตัวเองและครอบครัวได้กัน

ความสำคัญอย่างหนึ่งของคนเราที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตามที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ได้นั้นคือความสามารถในการบริหารวิธีคิดหรือฝึกใจให้มีสมาธิในการจัดการชิ้นงานในแต่ละวันที่ได้รับมอบหมายได้ เนื่องจากการบริหารวิธีคิดหรือฝึกใจนั้นมีส่วนช่วยให้คนเราสามารถจัดลำดับความสำคัญของงาน รู้จักการวางแผนการทำงาน ตลอดจนปลุกไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและทำสำเร็จได้รวดเร็วขึ้นได้ ดังนั้นการฝึกใจจึงมีประโยชน์ต่อการทำงาน ดังนี้

1.ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์หรือแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการทำงาน ความหมายคือเมื่อจิตใจเราสงบบวกกับสามารถจัดเรียงความคิดหรือจินตนาการในสมองให้เป็นระเบียบ เป็นขั้นตอนหรือเป็นระบบได้ ก็จะเกิดเป็นแนวความคิดใหม่ หรือความสร้างสรรค์ชิ้นงานใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน

2.การฝึกใจช่วยให้สมองเฉียบคมขึ้น รวมถึงสามารถจัดระเบียบการทำงานให้สำเร็จไปทีละอย่างได้ เนื่องจากในวันหนึ่ง ๆ เราต้องมีการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหลายฝ่าย การฝึกใจจะช่วยให้เรามีสมาธิในการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ขณะเดียวกันก็หันกลับมาสานงานต่อได้ทันที

3.การฝึกใจคือเครื่องมือช่วยคลายความเครียด สังคมทุกวันนี้มีข่าวคราวหรือเรื่องราวต่างๆ เข้ามาสร้างความเครียดให้กับเรามากมาย ไหนจะเรื่องโควิด-19 ไหนจะเรื่อง Work from home ที่ต้องประชุมแทบทั้งวัน ยังมีการต้องจัดระเบียบการเรียนออนไลน์ให้ลูก ๆ อีก การฝึกใจจึงเป็นหนทางที่ช่วยทำให้มีสติและสมาธิในการจัดการทุกสิ่งอย่างที่เข้ามาในเวลาเดียวกันได้อย่างเป็นระบบ

4.ช่วยให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน ความคิดที่ฟุ้งซ่านนอกจากช่วยทำให้เครียดมากขึ้น ยังช่วยเพิ่มแรงกดดันในชีวิตได้อีก การฝึกใจจึงเป็นตัวช่วยในการบริหารวิธีคิด คือการช่วยให้เราสามารถควบคุมความคิดและจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้ดี

5.ช่วยให้มีความคิดบวก ความคิดบวกถือเป็นพลังงานชนิดหนึ่งในร่างกายที่นอกจากช่วยยกระดับจิตใจ ยังช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายในสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้ ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่าพลังงานลบเป็นไหน ๆ

ในชีวิตของคนเรามีเรื่องให้เครียด หรือทำให้สภาวะจิตใจแย่ลงทุกวันมากพออยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อให้สภาพจิตใจดีจนก่อเกิดเป็นพลังงานบวกในร่างกาย จงใช้การฝึกใจเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้คนเราสามารถมี Work and Life Balance ที่ดีกันเถอะ

4 คุณสมบัติเด่นของสาวสตรอง ใครอยากเป็นสาวแกร่งต้องทำตาม

ต้องยอมรับว่าในยุคนี้มีผู้หญิงจำนวนมากที่ทำงานเก่งแถมมีความสามารถไม่แพ้คุณผู้ชายเลยสักนิด และในบทบาทการทำงานแน่นอนว่าใครสตรองกว่าย่อมได้เปรียบ เพราะคนเหล่านั้นมักฉายแววโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับของคนทำงานด้วยกัน นั่นทำให้สาว ๆ หลายคนฝันอยากเป็นสาวเก่งเพื่อเป็นที่ยอมรับ แต่รู้หรือไม่ว่าการเป็นสาวสตรองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกว่าจะเป็นได้นั้น​ ก็จำเป็นต้องมี 4 คุณสมบัติหลักที่สาวแกร่งมีกันทุกคน

1.เป้าหมายชัดเจน
เป้าหมายชัดเจนนับเป็นตัวกำหนดทางเดินชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะจะทำให้รู้ความต้องการของตัวเองและยังทำให้เลือกทางเดินชีวิตง่ายยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นสาว ๆ สายสตรองจึงมักกำหนดเป้าหมายเอาไว้อย่างชัดเจน เริ่มต้นจากเป้าหมายเล็ก ๆ เช่น วันนี้ฉันจะทำอะไรให้สำเร็จบ้าง ไปจนถึงเป้าหมายใหญ่ เช่น ฉันจะต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงก่อนอายุ 40 ปีให้ได้ เป็นต้น ซึ่งการทราบเป้าหมายตนเองนอกจากทำให้มีแนวทางดำเนินชีวิตชัดเจนแล้ว ยังทำให้ไม่หลุดโฟกัส เพราะผู้หญิงเหล่านั้นจะมองไปยังเป้าหมายของตนเองเสมอ

2.พูดจาฉะฉาน
เพราะการพูดจาฉะฉานมีส่วนสำคัญทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือ สังเกตจากการนำเสนองานในห้องประชุมที่หากผู้พูดได้พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ ย่อมทำให้น่าฟังและเรียกความสนใจจากคนในห้องประชุมได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นก็มีสาว ๆ หลายคนไม่ค่อยมั่นใจเวลาพูดหรือนำเสนองานเท่าไหร่ แนะนำให้ฝึกพูดกับกระจก เพราะการฝึกพูดจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้อธิบายได้อย่างคล่องแคล่ว โดยควรฝึกอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าจะสามารถพูดจาได้ฉะฉานมากขึ้นแน่นอน

3.แต่งกายรู้กาลเทศะ
เมื่อพูดถึงสาวสายสตรอง หลายคนอาจมองว่าต้องแต่งตัวเปรี้ยวจัดแบบสาวมั่น แต่บอกเลยว่าสาวสายสตรองไม่ได้เน้นการแต่งตัวให้เปรี้ยวจัดเสมอไป สิ่งสำคัญคือการแต่งกายให้ถูกกาลเทศะ เหมาะสมกับสถานที่ เช่น วันที่ต้องพบลูกค้าควรเลือกแต่งกายให้ดูภูมิฐานเพื่อความน่าเชื่อถือ เป็นต้น ที่สำคัญยังต้องแต่งตัวให้เหมาะกับรูปร่างและเลือกแต่งกายให้ตัวเองมั่นใจที่สุด

4.พัฒนาตนเองเสมอ
อีกหนึ่งคุณสมบัติที่สาวแกร่งต้องมีคือต้องปฏิบัติตัวเหมือนน้ำไม่เต็มแก้วที่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่เสมอ ดังนั้น สาว ๆ ประเภทนี้มักเรียนรู้และพัฒนาตนเองตลอดเวลา เรียกว่าไม่เคยหยุดหาความรู้ ไม่ว่าจะเป็น การอ่านหนังสือ การทำอาหาร หรือลงคอร์สเรียนเพื่อเพิ่มทักษะใหม่ ๆ

หากต้องการเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้หญิงที่เก่งและแกร่งทั้งด้านการใช้ชีวิตและการทำงาน สิ่งสำคัญคือเป้าหมายต้องชัดและหมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เนื่องจากเป้าหมายคือตัวกำหนดเส้นทางเดินในชีวิต ส่วนการไม่หยุดพัฒนาตนเองจะทำให้คุณมีทักษะใหม่ ๆ จนกลายเป็นสาวสตรองและเป็นที่ยอมรับในที่สุด

เดอ ปอล เผย ! ดีใจที่มาอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด อย่างเป็นทางการ

โรดริโก้ เดอ ปอล เพลย์เมกเกอร์จอมเทคนิคชาวอาร์เจนติน่าของทีม แอตเลติโก มาดริด ได้กล่าวว่าเขามีความสุขกับการลงซ้อมวันแรกของเขากับทีม แอตเลติโก มาดริด เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

กองกลางรายนี้ ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับสื่อของสโมสรเกี่ยวกับการย้ายออกจาก อูดิเนเซ่ ของเขา เพื่อมาเล่นให้กับ แอตเลติโก มาดริด อย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะเป็นจอมทัพตัวหลักของทีมและ เบียด ซาอูล ญีเกซ กองกลางชาวสเปนหลุดเป็นตัวสำรองอย่างถาวรด้วยแน่นอน และอาจจะกระเทือนไปถึงตัวรุกทั้งหลายด้วย ซึ่งตัวของ เดอ ปอล เล่นได้หมดในตำแหน่งตัวรุกและมี ทีเด็ดบอล ที่ไม่ธรรมดา

“นี่เป็นสโมสรขนาดใหญ่ แต่ผู้คนที่นี่ก็ทำให้ผมรู้สึกได้เหมือนตัวเองเป็นสมาชิกในครอบครัวของพวกเขา” เขากล่าว

“นี่เป็นหนึ่งในความฝันของผม ผมจะได้เติมเต็มความฝันของตัวเอง และผมต้องการสร้างประวัติศาสตร์ที่สโมสรที่สวยงามแห่งนี้ด้วยเช่นกัน”

“กลุ่มนักเตะต้อนรับผมเป็นอย่างดี ผมมีความสุขจริงๆ และพยายามปรับตัวให้คุ้นเคยกับทีมชุดนี้ด้วย”

การได้ทำงานกับดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ถือว่าเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับจอมทัพชาวอาร์เจนติน่าโดยเฉพาะ และ เดอ ปอล ก็คิดว่าเขาจะช่วยให้จอมเทคนิครายนี้พัฒนาฝีเท้าได้จริงๆ

“ผมจะได้ร่วมงานกับโค้ชที่น่าเหลือเชื่อแบบเขา”

“อาชีพค้าแข้งและความสำเร็จของเขาในฐานะโค้ช เขาทำไว้มากมายและจะไม่มีวันลืมเลย”

“ผมจะได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมายจากเขา และนั่นจะกระตุ้นผมได้อย่างมากเลยครับ”

บอกลาผมเสียด้วย 3 ขั้นตอนสำคัญ

เส้นผมเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายที่สามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสาว ๆ หลายคน ซึ่งถ้าหากว่าใครที่มีสุขภาพผมที่ดีก็สามารถทำให้มีความน่าสนใจและทำให้องค์รวมต่าง ๆ ของบุคลิกภาพและร่างกายดูดีมากขึ้นได้ แต่ทว่าสาว ๆ หลายคนก็เผชิญกับปัญหาผมเสียกันอย่างต่อเนื่องด้วยการที่ผ่านการทำเคมี ผ่านความร้อน และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่งผลให้ผมเสีย แตกปลาย ชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก ดังนั้นเราจึงจะพาทุกคนไปบอกลาผมเสียด้วย 3 ขั้นตอนสำคัญ ซึ่งจะทำให้คุณหมดกังวลปัญหาเส้นผม กลับมามีบุคลิกดีได้อย่างที่ต้องการ

1.ระวังการใช้ความร้อน อย่างที่เราทราบดีว่าผมเสียที่มีการแห้งปลาย นั้นเกิดจากการที่เราใช้ความร้อนบ่อย ๆ เป็นประจำ สิ่งที่สามารถทำได้ก็คือการใช้ความร้อนกับเส้นผมอย่างเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่นการเป่าผม จากที่เมื่อก่อนจะต้องใช้ลมร้อนเป่าผม ก็ควรที่จะสลับเป็นการใช้ลมเย็นด้วย หรืออาจจะปรับระดับความร้อนของไดร์เป่าผมเป็นระดับที่ร้อนไม่มากเพื่อลดการทำร้ายเส้นผมจากความร้อนที่มากเกินไป สำหรับใครที่ต้องใช้ความร้อนในการดัดผม ยืดผม สิ่งที่ควรทำก่อนและหลังคือการบำรุงผมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อให้เส้นผมถูกทำร้ายจากความร้อนน้อยที่สุด

2.แชมพู ครีมนวดผม เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก ๆ คือการเลือกแชมพู ครีมนวดผมที่เหมาะสำหรับเส้นผมที่อ่อนแอ แห้งเสีย สิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงก็คือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบเป็นซิลิโคน เพราะถ้าหากว่าเราล้างผมไม่สะอาด ซิลิโคนจะตกค้างอยู่บนหนังศีรษะและเส้นผมทำให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ตามมา ทั้งปัญหาผมเสีย ผมหลุดร่วง ผมเปราะบาง ขาดง่าย เป็นต้น ดังนั้นถ้าเราสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมที่ปลอดภัยต่อเส้นผมและหนังศีรษะ ก็จะทำให้สุขภาพผมและหนังศีรษะของเราดีขึ้นได้

3.สารอาหารจำเป็น ขั้นตอนที่สาม เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามไป นั่นก็คือการรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผม ยกตัวอย่างเช่น ถั่ว ธัญพืช ผักใบเขียว ปลาแซลมอน ไข่ แครอท ส้ม เป็นต้น โดยอาหารแต่ละอย่างนั้นประกอบไปด้วย วิตามิน แร่ธาตุและคุณสมบัติสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เส้นผมมีความแข็งแรง เงางาม ตั้งแต่โคนจรดปลาย หากรับประทานสม่ำเสมอ ก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีแน่นอน

แนะนำให้ปฏิบัติทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ควบคู่กันไป ระวังการใช้ความร้อน เลือกใช้แชมพูและครีมนวดผมที่เหมาะสม และเลือกเมนูอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเส้นผม เพียงเท่านี้ผมสวย สุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ประโยชน์จากการทำงานจากบ้านในช่วงโควิด-19

การทำงานจากบ้านหรือ work from home เป็นเทรนด์การทำงานที่สำคัญในช่วงไวรัส โควิด-19 ระบาด และยังมีแนวโน้มว่าจะต่อเนื่องอีกนานในอนาคตด้วย เรามาดูกันว่าเมื่อทำงานจากที่บ้านแล้ว จะมีใครได้รับประโยชน์อะไรบ้าง

1.ควบคุมไวรัส โควิด-19 ได้ดีขึ้น
เนื่องจากไวรัสโควิด-19 ติดต่อกันทางอากาศ จากการสูดละอองลมหายใจ น้ำลาย ที่มีการติดเชื้อ เมื่อต่างคนต่างทำงานจากที่บ้าน จึงลดโอกาสแพร่กระจายของเชื้อ ทำให้ สถานการณ์ไวรัส โควิด-19 ระบาดโดยรวมดีขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ระบาดต่าง ๆ จึงมีหวังว่าจะทำให้ระบบเศรษฐกิจโลกค่อย ๆ ดีขึ้นในไม่ช้านี้ คู่กับการค้นพบวัคซีนในการจัดการกับเชื้อโรคนี้ด้วย

2.เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
เมื่อคนทำงานจากที่บ้านของตัวเอง จะทำให้ลดความอ่อนเพลียจากการเดินทาง และมีความสุขกับการทำงานอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง ไม่ต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันต่าง ๆ หรือต้องเผชิญสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายภายในที่ทำงานอย่างที่เคย มีการวิจัยว่า พนักงานออฟฟิศที่เปลี่ยนมาทำงานจากที่บ้าน มีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าการทำงานในออฟฟิศแบบเดิมโดยเฉลี่ยประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะดีต่อการพัฒนาองค์กรตามไปด้วย

3.บริหารจัดการเวลาดีขึ้น
เมื่อไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง แต่งตัวไปทำงาน ฯลฯ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ จะช่วยประหยัดเวลาในแต่ละวันไปได้ 2-3 ชั่วโมง จึงมีเวลาในการจัดการชีวิตส่วนตัว ดูแลครอบครัว เล่นกับสัตว์เลี้ยง ออกกำลังกาย หรือทำงานอดิเรกต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น

4.บริษัทควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น
บริษัทหลายแห่งมีนโยบาย work from home อย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อควบคุมต้นทุนทางธุรกิจ ช่วยลดการเช่าพื้นที่หน้าร้านลง ลดค่าอุปกรณ์สำนักงาน ค่าไฟ ค่าน้ำ สาธารณูปโภคต่าง ๆ ได้อย่างมาก และยังทำให้มีเงินทุนที่เพียงพอในการหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายในบริษัทและดำเนินธุรกิจ โดยไม่ต้องไปทำการกู้ยืมให้เสียดอกเบี้ยด้วย

5.ทุกคนมีงานทำและองค์กรยังขับเคลื่อนได้
เมื่อพนักงานสามารถทำงานได้จากที่บ้านและองค์กรสามารถลดต้นทุนได้มากคู่กัน จึงทำให้เกิดผลประโยชน์ดีต่อทั้งสองฝ่าย ลูกน้องก็ไม่จำเป็นต้องหางานใหม่ เพราะบริษัทมีรายได้และผลกำไรเพียงพอที่จะช่วยพยุงกิจการ ทางบริษัทเองก็ไม่ต้องลำบากใจในการไล่คนออกหรือต้องจัดสรรงานใหม่ให้แก่คนที่เหลือน้อย จนทำให้เกิดภาวะงานล้นมือ

การทำงานจากที่บ้านสร้างประโยชน์ทั้งในแง่ของความสุข การบริหารจัดการเวลาส่วนบุคคล การดูแลธุรกิจโดยภาพรวม และยังเป็นประโยชน์ในการควบคุมโรคไวรัสโควิด-19 ด้วย อย่างไรก็ตาม พนักงานทุกคนก็ต้องมีความรับผิดชอบงานในส่วนของตัวเองอย่างมีวินัยมากขึ้น จึงจะทำให้งานสำเร็จตามกำหนดเวลาที่ตั้งไว้

« Older posts