Category: จิปาถะ

บริหารเวลาอย่างไร จึงทำงานได้มากขึ้น 2020

ปัจจุบันทุกคนต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะมีการแข่งขันสูงมากในทุกวงการ เช่น ท่องเที่ยว แฟชั่น อาหาร ฯลฯ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการหรือลูกจ้าง ต่างก็ต้องพยายามใช้เวลาอย่างมีคุณค่ามากที่สุด ด้วยการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เรามาดูกันว่า จะบริหารเวลาอย่างไรให้ทำงานได้มากขึ้น ในปี 2020 นี้

  1. รีบตื่นนอนแต่เช้า

การตั้งเวลาตื่นนอนช่วง 5:00 น. ถึง 6:00 น. เป็นเวลาดีที่สุด สำหรับการนอนเต็มอิ่มพักผ่อน 6-8 ชั่วโมง แล้วตื่นมาด้วยอารมณ์แจ่มใสในบรรยากาศดี ๆ ยามเช้าตรู่ ที่สำคัญคือ คุณจะมีเวลาเหลือเฟือมากกว่าคนตื่นสายในการทำงานได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

  1. เตรียมแผนงานล่วงหน้า 1 วัน

ควรมีแผนการทำงานของวันรุ่งขึ้นไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเย็นหรือก่อนนอน ยิ่งถ้าคุณเป็นคนมีกิจกรรมมาก เช่น เป็นคุณแม่ที่ต้องทำงานบ้าน ดูแลธุรกิจ รับส่งลูกไปโรงเรียน ทำอาหาร ออกกำลังกาย ฯลฯ เรียกได้ว่ามีกิจกรรมมากมายที่ต้องจัดสรรเวลาอย่างลงตัว การเขียนสิ่งที่ต้องทำพร้อมระบุช่วงเวลาไว้ โดยยืดหยุ่นได้บ้างเล็กน้อย จะดีต่อการจัดวินัยตัวเองและไม่พลาดสิ่งที่จำเป็นต้องทำ โดยเฉพาะหากต้องมีการนัดหมายกับใคร ก็จะไม่หลงลืมแน่นอน

  1. ลำดับความสำคัญให้เป็น

งานแต่ละชิ้นมีความสำคัญ เร่งด่วนและยากง่ายไม่เท่ากัน จะต้องเลือกทำงานที่สำคัญและเร่งด่วนเอาไว้เป็นอันดับแรกของทุกวัน ทำให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ช่วง 8-9 น. หลังจากนั้น จึงเลือกทำงานที่สำคัญและเร่งด่วนน้อยกว่ารองลงมา หากในช่วงบ่ายยังเหลืองานที่ไม่จำเป็นต้องรีบทำ หรือเป็นงานกลุ่มที่ยกให้ผู้อื่นทำได้ก็จะเป็นเรื่องดี เพราะทำให้คุณมีเวลาในการพักผ่อนจากความเครียดตลอดทั้งวันได้มากขึ้น

  1. เลือกทำงานที่ยุ่งยากหรือต้องประสานงานก่อน

หากต้องเลือกระหว่างงานเอกสารที่ทำเป็นประจำ กับงานที่ยุ่งยากในการติดต่อผู้อื่น ให้ทำงานชิ้นที่มีความซับซ้อนต้องประสานงานก่อน เพราะเป็นงานที่ใช้พลังงานและการคิดมาก หากทำตั้งแต่ตอนเช้า จะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ไวและทำให้คุณลดความตึงเครียดและวิตกกังวลได้อย่างมาก

  1. กำหนดเวลาพักให้ตัวเองอยู่เสมอ

การบริหารเวลาที่ดีต้องให้ความสำคัญกับการพักผ่อนสมองและร่างกายด้วย จึงจะป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นโรคเครียด โรคออฟฟิศซินโดรม โรคไมเกรน ฯลฯ อันเกิดจากการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินไป อย่างน้อยในทุก ๆ 1 ชั่วโมง ควรเว้นช่วงพัก 5-10 นาที และควรจะให้เวลาวันละ 30 นาที สำหรับการออกกำลังกายเป็นประจำด้วย

การบริหารเวลาสำหรับคนวัยทำงานมีเทคนิคหลายอย่างที่คุณสามารถนำมาประกอบกัน เพื่อให้คุณประสบความสําเร็จในชีวิต มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีความสุขในการใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วย

การบริหารเวลาอย่างมืออาชีพให้เวลาเพิ่มเป็น 2 เท่า

ในแต่ละวันเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่คนที่รู้จักจัดสรรบริหารเวลาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าวัยเรียนหรือวัยทำงาน จะทำให้เวลาที่มีอยู่เพิ่มขึ้นเหมือนเป็น 48 ชั่วโมงต่อวันได้เลย ทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตได้เร็วและมากกว่าคนอื่น จะมีวิธีอย่างไรทำให้เป็นเช่นนั้นได้ เรามาดูกัน

  1. ปิดเครื่องมือสื่อสารออนไลน์ที่ไม่จำเป็น

คนไทยมีการเล่น Line และ Facebook เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งจะมีระบบการเตือนเมื่อมีข้อความหรือการลงโพสต์ใหม่จากเพื่อนหรือคนที่คุณติดตามอยู่เสมอ การเปลี่ยนจากเสียงเป็นระบบสั่นอาจช่วยลดการรบกวนระหว่างทำงานได้บ้าง แต่ทางที่ดีคือ ควรปิดระบบการเตือนหรือตั้งใจงดใช้สื่อออนไลน์ที่ไม่เกี่ยวกับงาน นอกจากช่วงพักเท่านั้น จะทำให้งานมีประสิทธิภาพ ทำงานได้อย่างมีสมาธิ ลดความผิดพลาดมากขึ้น

  1. ตัั้งใจให้เวลากับการออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวัน

การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ระบบฮอร์โมนทำงานได้อย่างมีสมดุล เพิ่มพลังสมองให้แจ่มใสปลอดโปร่ง คิดงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว คุณควรให้เวลาในตอนช่วงเช้าราวตี 5 ถึง 7 โมงเช้า อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เพื่อการเล่นโยคะ วิ่ง ว่ายน้ำ ฯลฯ หรือถ้าคุณไม่สะดวก ก็เลือกเป็นช่วงเวลาตอนเย็นหลังเลิกงานก็ได้

  1. ลำดับความเร่งด่วนและความสำคัญของงาน

คุณควรแยกลำดับความสำคัญของงานทุกชิ้น ว่าสิ่งใดที่จำเป็นต้องทำ ผิดพลาดไม่ได้ ให้รีบนำมาทำก่อน โดยเฉพาะถ้าเป็นงานยากหรือต้องประสานงานกับบุคคลจำนวนมาก ก็ควรนำมาวางแผนและดำเนินการให้เสร็จในช่วงก่อนพักรับประทานอาหารเที่ยง จะมีเปอร์เซ็นต์งานสำเร็จที่สูงขึ้น

ส่วนงานที่สำคัญน้อยหรืองานที่ง่ายกว่า คุณสามารถทยอยทำในช่วงบ่าย หรือหากเป็นงานที่สามารถมอบหมายให้แก่ผู้อื่นได้ ก็ควรตัดออกจากแผนงานตัวเอง และยกให้ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทำ ไม่ควรรับมาทำเองทั้งหมด

  1. อ่านหนังสือแนวพัฒนาตัวเองบ่อย ๆ

การพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ เพราะโลกของเราหมุนเร็วขึ้น ทุกคนสามารถเรียนรู้ข้อมูลใหม่ ๆ และเติบโตในหน้าที่การงานได้อย่างรวดเร็ว คุณจึงต้องอ่านหนังสือ ศึกษาคลิป YouTube ลงเรียนคอร์สพัฒนาศักยภาพของตัวเองเสมอ ซึ่งจะทำให้คุณได้รู้จักผู้คนมากขึ้น มีพลังชีวิตชีวามากขึ้นทุกวันด้วย

จะเห็นได้ว่าการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้คุณเหมือนมีเวลามากกว่าคนอื่น ซึ่งทำให้ได้รับประโยชน์รอบด้านคือ หน้าที่การงานก้าวหน้า รายได้มากขึ้น สุขภาพแข็งแรง อารมณ์แจ่มใส รู้จักผู้คนที่ทำให้โลกกว้างขึ้น ฯลฯ หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงผลักดันให้คุณใส่ใจการบริหารจัดการเวลามากขึ้นในทุกวัน ให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้นอย่างรอบด้าน

จะทำความดีได้อย่างไรบ้าง ในช่วงสถานการณ์โควิดระบาด

การทำความดีไม่ใช่แค่ผ่านการเขียนและการพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจกระตุ้นให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเท่านั้น แต่ยังต้องมีการกระทำหรือการปฏิบัติเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย

เรามาดูกันว่าในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดนั้น เราจะร่วมมือกันทำความดีได้อย่างไรที่เป็นรูปธรรมบ้าง

  1. การบริจาคหน้ากากป้องกันไวรัส

การลดการระบาดที่ดีที่สุดทางหนึ่ง ก็คือการสวมใส่หน้ากากอนามัย เมื่อเราต้องมีการพบปะกับผู้อื่นหรือเข้าไปในพื้นที่สาธารณะ โดยกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุจะเป็นกลุ่มคนที่่มีภูมิต้านทานอ่อนแอ จำเป็นจะต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ส่วนคนในวัยทำงานและวัยเรียนก็ต้องพยายามควบคุมการเดินทางไปที่ต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและแพร่กระจายมาสู่บุคคลในบ้านด้วย

การบริจาคหน้ากากให้แก่องค์กรหรือมูลนิธิที่นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่ขาดทุนทรัพย์ในการซื้อหา หรือมอบให้บุคคลที่ด้อยโอกาสจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

  1. การทำอาหารไปบริจาคหรือแบ่งปัน

เราอาจเห็นข่าวในโทรทัศน์ว่ามีร้านอาหารจำนวนมากที่ตัดสินใจทำงานอาสาโดยการทำอาหารเป็นข้าวกล่องหรืออาหารตามสั่งจำหน่ายในราคาถูก โดยมีส่วนที่พิเศษ คือ ทำเป็นคูปองเพื่อให้ผู้ที่ไม่มีทุนทรัพย์มาแลกเป็นข้าวปลาอาหารกลับไปรับประทานได้ฟรี

สิ่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการแบ่งปันน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้ที่ยากลำบากในช่วงโควิดระบาดนี้ เพราะอาหารถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ทุกคนจำเป็นต้องบริโภคเพื่อการยังชีพ เทคนิคนี้เป็นการช่วยเหลือให้ผู้ที่เดือดร้อนสามารถลดค่าใช้จ่ายในการครองชีพ และมีแรงใจที่จะแก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤตนี้ไปได้ด้วย

  1. การให้ความรู้ด้านทักษะอาชีพให้แก่ผู้ที่สนใจ

ถ้าคุณมีทักษะในการประกอบอาชีพไม่ว่าจะเป็นด้านการทำเกษตร การค้า การลงทุน ภาษา งานประดิษฐ์ เย็บปักถักร้อย ฯลฯ ความสามารถเหล่านี้สามารถใช้ทำประโยชน์เผื่อแผ่ผู้อื่นที่กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนรายได้ เนื่องจากการถูกไล่ออก การว่างงานเพราะบริษัทปิดตัว

เพียงแค่คุณทำคลิปวีดีโอหรือเขียนเป็นบทความเผยแพร่ความรู้เสริมทักษะแก่ผู้อื่นในพื้นที่สาธารณะ เช่น เว็บไซต์, Facebook หรือ Instagram ก็จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจและเป็นช่องทางอาชีพให้คนจำนวนมากที่กำลังต้องการสร้างรายได้มาชดเชย เพื่อเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว ได้มีช่องทางทำมาหากินได้ต่อไป นับเป็นสิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาของสังคมได้อย่างยั่งยืนอีกทางหนึ่งด้วย

คุณคงเห็นแล้วว่า การทำความดีในยุคโควิดระบาดนั้นมีอยู่หลายช่องทาง ขอเพียงมีความตั้งใจบนเจตนาที่ดีในการช่วยเหลือผู้อื่น ประโยชน์ที่เกิดขึ้นย่อมแผ่กระจายเป็นวงกว้าง และเป็นต้นแบบที่ดีให้กับผู้อื่นต่อไปด้วย

เทคนิคทำให้โทรศัพท์มือถือของคุณใช้งานได้นานคุ้มราคา

โทรศัพท์มือถือว่าเป็นของใช้ประจำตัวที่ทุกคนขาดไม่ได้ และแน่นอนว่าแต่ละคนต่างต้องการให้โทรศัพท์มีอายุการใช้งานนานที่สุด ไม่ว่าจะมีราคาตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น เราจึงได้นำเทคนิคการดูแลมือถือจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกันในบทความนี้ เพื่อให้คุณนำไปใช้ยืดอายุการใช้งานมือถือได้นานขึ้นกว่าเดิม

  1. ติดฟิล์มและใส่เคสกันกระแทก

เมื่อคุณซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การใส่เคสป้องกันการกระแทกและติดฟิล์มที่จอ โดยสามารถซื้อจากในช็อปของโทรศัพท์มือถือแบรนด์นั้น ๆ ได้เลย หรือจะซื้อกับร้านโทรศัพท์มือถือที่อยู่ตามบูธในห้างก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ อาจเลือกชนิดฟิล์มติดมือถือที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น กรองแสงสีฟ้าได้ เพื่อการถนอมสายตา หรือใช้เคสที่มีความคงทนสูงและช่วยลดแรงกระแทกยืดหยุ่นดี โดยทำจากซิลิโคน เป็นต้น

  1. หมั่นทำความสะอาดตัวเครื่องและพอร์ตช่องต่าง ๆ เป็นประจำ

บางตำแหน่งของโทรศัพท์มือถือเป็นจุดที่ละเอียดอ่อน ทำให้มีฝุ่นและคราบไขมันไปเกาะสะสมได้ง่ายและอาจอุดตันในช่องเล็ก ๆ ภายใน จึงควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือสำลีพันก้านหมั่นเช็ดถูทำความสะอาดตามจุดต่าง ๆ รวมถึงช่องพอร์ต เช่น จุดที่ใช้ชาร์จ ใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ฯลฯ เพื่อไม่ให้เครื่องชำรุดเร็วจนเกินไป

  1. หลีกเลี่ยงการวางมือถือใกล้ของเหลวหรือสารที่มีความชื้นสูง

เป็นที่ทราบกันว่า โทรศัพท์มือถือนั้นไม่ถูกกับน้ำ ของเหลว รวมถึงสารที่มีความชื้น หากคุณชอบใช้โทรศัพท์ในห้องน้ำ ก็เสี่ยงที่จะตกน้ำหรือมีไอน้ำไปเกาะภายในเครื่องได้ หรือหากคุณต้องเก็บมือถือในกระเป๋า ก็ควรแยกช่องต่างหาก เพื่อไม่ให้ได้รับไอชื้นจากขวดน้ำหรือสัมผัสเครื่องสำอางที่เป็นกลุ่มของเหลว มาเลอะเทอะเปรอะเปื้อนด้วย

  1. ต้องจัดการพื้นที่ว่างในเครื่องบ่อย ๆ

เมื่อใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมไปนานหลายเดือน เรามักมีการบันทึกรูปภาพหรือเก็บข้อมูลจากการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ไว้มากมาย จึงทำให้โทรศัพท์มือถือมีความเร็วที่ลดลง เกิดข้อผิดพลาดในการส่งผ่านข้อมูลง่ายขึ้น และทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดด้วย

วิธีการแก้ไข คือ หมั่นอัปเดตแอปพลิเคชันบ่อย ๆ ลบแอปพลิเคชันที่คุณไม่ค่อยได้ใช้งานออกไป ย้ายรูปภาพหรือคลิปต่าง ๆ ไปเก็บไว้ในระบบคลาวด์ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรของเครื่อง แถมยังทำให้คุณได้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่จำกัดอีกด้วย การเพิ่มพื้นที่ว่างในเครื่องบ่อย ๆ จะทำให้โทรศัพท์ทำงานได้รวดเร็วว่องไวเปรียบเสมือนเป็นเครื่องใหม่อยู่เสมอด้วย

จะเห็นได้ว่า เทคนิคที่เรากล่าวมาเป็นสิ่งพื้นฐานที่หลายคนมักมองข้าม หากคุณต้องการให้โทรศัพท์มือถือของคุณใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีความสวยงามคงทนยาวนาน 4-5 ปี ขึ้นไป ก็ควรทำตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวข้างต้น

สิ่งสำคัญของ Digital Marketing ที่คุณไม่ควรมองข้ามเพื่อจะได้ทันโลก

Digital Marketing คือ สื่อออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่สามารถเข้าเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหลาย รวมถึงแอปพลิเคชันบนมือถือที่เปิดได้ง่าย สิ่งเหล่านี้เป็นช่องทางการสื่อสารขยายกว้างออกไปจึงเป็นจุดเปลี่ยนให้กับสังคมในปัจจุบัน ยิ่งถ้าใครใช้สื่อ Digital Marketing ก็จะประสบความสำเร็จได้สูง จึงได้เปรียบมากกว่าคนที่ไม่ได้เล่นสื่อดิจิทัล ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอกสิ่งสำคัญของ Digital Marketing ที่คุณไม่ควรมองข้ามเพื่อจะได้ทันโลก ดังต่อไปนี้

ตัวอย่างบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการใช้ Digital Marketing

บารัค โอบามา ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีผิวดำซึ่งเป็นคนแรกของประเทศอเมริกา ทั้งที่สังคมของคนผิวดำเคยเป็นทาสและถูกเหยียดผิวเป็นจำนวนมากมาก่อน โดยในประเทศอเมริกามีคนผิวดำแค่ 12 เปอร์เซ็นต์ อีก 88 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่คนผิวดำ แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งของคนผิวดำก็เป็นฝ่ายชนะ เพราะบารัค โอบามา ได้ใช้อาวุธสำคัญ คือ Digital Marketing ด้วยการเล่นเฟซบุ๊กในการสื่อสารโดยตรงหรือด้วยตัวเองกับประชาชนหลายสิบล้านคนอย่างเต็มที่ เสมือนว่าเป็นเจ้าของสื่อตั้งแต่ที่ยังไม่เป็นประธานาธิบดี นอกจากนี้การเล่นเฟซบุ๊กของบารัค โอบามา ทำให้มีผู้คนมาบริจาคในการหาเสียงด้วยเงินเล็กน้อยจนสะสมเป็นเงินก้อนใหญ่จึงมีทุนในการหาเสียง ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จเป็นประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา

การใช้ Digital Marketing

การฝึกทักษะในการทำ Digital Marketing

การใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บไซต์ เครื่องมือตกแต่งเว็บไซต์ ตกแต่งภาพโดยการใช้โปรแกรมตกแต่งภาพ การเขียนเนื้อหาให้น่าอ่านและเข้าถึงผู้คน การสร้างวิดีโอบนสมาร์ทโฟน รวมไปถึงการอัปโหลดขึ้นบนโลกออนไลน์ ซึ่งการสร้างสรรค์ผลงานด้านต่าง ๆ ให้เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ไปจนถึงระดับมืออาชีพ ส่วนข้อควรระวังมีบ้างเล็กน้อยโดยเฉพาะการโพสต์วิดีโอ ถ้าสื่อสารไม่เป็นอาจจะดังในทางเสียหายได้

เมื่อก่อนการใช้เครื่องมือหรือทักษะการโฆษณาประชาสัมพันธ์จะทำโดยนักการตลาดอย่างเดียว แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้วไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ เพียงศึกษาและอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น อาจจะให้คนใกล้ตัวช่วยสอนตัวต่อตัวหรืออบรมในการใช้งาน Digital Marketing และสิ่งสำคัญ คือ อย่าปิดใจตัวเอง โดยเฉพาะคนที่มีอายุ 40 ปี 50 ปี หรือ 60 ปี ที่จะต้องไปเรียนกับเด็กที่มีความรู้มากกว่าก็ตาม เช่น อบรมเกี่ยวกับเครื่องมือการติดตามผลโฆษณา การทำกลุ่มเป้าหมาย การนำค่าสถิติเพื่อมาวิเคราะห์ เป็นต้น

เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนตลอดเวลาและอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่าไปยึดติดความรู้เฉพาะในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเพราะยังไม่เพียงพอ หากไม่ศึกษาสิ่งใหม่ ๆ จะตามโลกยุคดิจิทัลไม่ทัน

ดังนั้น อย่ามองข้าม Digital Marketing เนื่องจากเป็นผลดีต่อธุรกิจอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเฉพาะการขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างตัวตนและแบรนด์บนโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ SEO 2020

การทำ SEO เป็นสิ่งที่นักการตลาดออนไลน์แนะนำคนรุ่นใหม่ที่สนใจการทำธุรกิจบนระบบอินเทอร์เน็ตได้ศึกษาและเรียนรู้การทำด้วยตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เข้าใจการตลาดยุคใหม่และเรียนรู้กลยุทธ์การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจเว็บบอลออนไลน์ ที่จะมีคู่แข่งค่อนข้างเยอะในช่วงนี้ จำเป็นต้องทำความเข้าใจเรื่องของคีย์เวิร์ดให้มากขึ้น อย่างเช่นผู้ใช้บริการที่ติดตามผลฟุตบอลก็อาจจะใช้คำในการเสิร์ทว่า ผลบอลสด 888 หรืออาจจะเป็นคีย์เวิร์ดอื่นๆ ที่นิยมใช้กันทั่วไป จึงต้องศึกษาเรียนรู้จักการหว่านตลาดให้ได้มากที่สุด จึงจะส่งผลสำเร็จ

การทำ SEO หมายถึง การปรับคุณภาพของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับระบบ search engine optimization ที่ Google กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างรอบด้าน เช่น

การทำเนื้อหาบทความ SEO ให้มีคีย์เวิร์ดตรงกับการสืบค้นของลูกค้าเป้าหมาย

การปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้หาสินค้าตามประเภทต่าง ๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว

การทำเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

หากเว็บไซต์ใดสามารถทำ SEO ได้อย่างสม่ำเสมอ จะถูกประมวลด้วยระบบ algorithm ให้มีคะแนน SEO ที่สูงกว่าเว็บไซต์คู่แข่งทางธุรกิจรายอื่น ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี คือ ถูกนำเสนอในหน้าต่างการสืบค้นหรือ SERPs ที่ย่อมาจากคำว่า Search Engine Result Pages ของ Google ทำให้มีโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากกว่าอันดับรองลงไปหลายเท่าตัวนั่นเอง

การทำ SEO เป็นการตลาดแบบที่ไม่ต้องใช้เงินเสียค่าโฆษณา ไม่ต้องจ้างพรีเซ็นเตอร์หรือ influencer เพียงเข้าใจหลักการและใส่ใจการทำคุณภาพของบทความ SEO ให้ดีที่สุด มีการศึกษาข้อมูลใหม่ ๆ เทรนด์การตลาดออนไลน์ที่จะช่วยดึงดูดความสนใจลูกค้า นอกจากนี้ยังต้องมุ่งเน้นคุณภาพของสินค้าและบริการให้ทัดเทียมกับแบรนด์อื่น ร่วมกับการสร้างจุดเด่นที่แตกต่าง ก็จะทำให้มีโอกาสอยู่รอดได้สูง โดยไม่จำเป็นต้องซื้อโฆษณาในรูปแบบอื่นมากเกินไปซึ่งสิ้นเปลืองเงินและเพิ่มต้นทุน

การทำ SEO จึงช่วยให้ธุรกิจทุกประเภทประหยัดต้นทุนด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในระยะสองสามปีนี้ ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจต่างแนะนำให้เจ้าของกิจการรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตัวเองต้องเพิ่มเงินสำรองฉุกเฉิน หรือควบคุมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับต้นทุนทางธุรกิจให้ได้มากที่สุด จึงจะมีโอกาสอยู่รอดได้ในช่วงเศรษฐกิจขาลงได้โดยไม่เสี่ยงต่อภาวะขาดทุน

การทำเว็บไซต์ SEO นั้นเป็นที่รู้กันว่าจะไม่สามารถที่จะบังคับอันดับในการนำเสนอของ Google เนื่องจากระบบ algorithm ของ Google มีความละเอียดและซับซ้อนมาก ดังนั้นหากเว็บไซต์ใดอยู่ในอันดับด้านบนของหน้าต่างการสืบค้นของ Google บ่อย ๆ ก็แสดงถึงความน่าเชื่อถือที่สูง แบรนด์จะมีโอกาสได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วไปมากขึ้น จึงทำให้มียอดขายสินค้าและบริการที่ดีขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี

คนที่ทำธุรกิจในปี 2020 จึงห้ามมองข้ามการเรียนรู้ด้าน SEO และต้องฝึกฝนพัฒนาการทำเว็บไซต์ที่โดดเด่นด้วยตัวเองมากที่สุด เพื่อควบคุมต้นทุนในการทำธุรกิจและยังทำให้สามารถปรับตัวได้ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในโลกออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้นด้วย

การทำเนื้อหาบทความ SEO ให้มีคีย์เวิร์ด

กิจกรรมนันทนาการที่ให้มากกว่าความสนุก

ยามว่างหลายคนมักจะหากิจกรรมนันทนาการสนุก ๆ ทำร่วมกันกับคนรอบข้าง เพื่อผ่อนคลายความตรึงเครียดจากการเรียน การทำงาน สร้างบรรยากาศที่มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ นอกจากนี้กิจกรรมนันทนาการยังช่วยพัฒนาสมอง และช่วยกระชับความสัมพันธ์ของผู้ร่วมกิจกรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหากิจกรรมยามว่าง เราขอแนะนำ 5 กิจกรรมนันทนาการที่ให้มากกว่าความสนุก รับรองว่าคุณต้องชอบ

1.เล่น UNO

เป็นเกมไพ่ชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยตัวเลขและสี ต้องมีผู้เล่น 2 คนขึ้นไป เล่นได้แม้แต่เด็กอายุ 3 ขวบ นอกจากเป็นกิจกรรมในร่มที่สนุกแล้ว UNO ยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านการจดจำตัวเลขในเด็กเล็กได้ เด็ก ๆ จะมีความสุขในการจำตัวเลขมากกว่าการบังคับให้เขาท่องจำในชั้นเรียน มีการสอดแทรกการสอนบวกเลขโดยไม่น่าเบื่อหรือรู้สึกว่ามันเป็นคณิตศาสตร์เกินไป ที่สำคัญเกม UNO จะสอนให้ผู้เล่นรู้จักวางแผนอย่างเป็นระบบ

2.เกมหาสมบัติ

ในวัยเด็กทุกคนต้องเคยมีความฝันที่จะเป็นนักผจญภัย อยากตะลุยเข้าไปในป่ากว้างเพื่อหาขุมสมบัติ ในชีวิตจริงแล้วคงเป็นไปได้ยาก แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ คุณลองนำของบางอย่างไปซ่อน แล้วทำลายแทงขึ้นมาพร้อมกำหนดทิศทาง ฝ่ายตรงข้ามก็เช่นกัน ผลัดกันหาของอีกฝ่ายตามลายแทงที่ได้รับ นอกจากความตื่นเต้นแล้ว เกมนี้จะช่วยให้คุณมีความคิดรอบคอบ การทำงานเป็นทีม รู้จักทิศทาง การใช้เข็มทิศ และเป็นผู้ช่างสังเกตอีกด้วย

3.ปิกนิกนอกบ้าน

เปลี่ยนบรรยากาศมาทานข้าวนอกบ้านด้วยอาหารที่คุณเตรียมมาเอง อาจจะเป็นสวนสาธารณะสักแห่ง หรือใต้ต้นไม้หน้าบ้าน สีเขียวจากธรรมชาติโดยรอบจะช่วยให้คุณผ่อนคลาย ได้ใช้เวลาว่างร่วมกับคนที่เรารัก บางทีคุณอาจจะนำของเหลือใช้ในบ้านมานั่งประดิษฐ์เป็นของเล่นน่ารัก ๆ ร่วมกับลูกของคุณ ทัศนียภาพที่ปราศจากกำแพงจะช่วยให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ และไม่ปิดกั้นตนเองจากการเรียนรู้

4.เล่นดนตรี ฟังเพลง ร้องเพลง

การเล่นดนตรีนอกจากจะให้ประโยชน์ด้านสุนทรียภาพกล่อมเกลาจิตใจของคุณให้ลดอาการตึงเครียดจากเรื่องต่าง ๆ ได้ดีแล้ว ยังช่วยฝึกการใช้ประสาทมือ ฝึกการจดจำตัวโน้ต ถ้าคุณไม่ถนัดการเล่นดนตรี อาจจะเปลี่ยนเป็นการฟังเพลงในแนวที่คุณชอบ หรือร้องเพลงในแนวที่คุณถนัดเพื่อปลดปล่อยความเป็นตัวคุณออกมา เสียงเพลงจะช่วยให้คุณมีสมาธิ มีลำดับกระบวนการคิดที่เป็นขั้นเป็นตอนขึ้นกว่าเดิม

5.ไปเที่ยว

เชื่อว่าหลายคนคงชอบกิจกรรมนันทนาการแบบนี้ การเที่ยวจะทำให้คุณได้เปิดโลกทัศน์ สัมผัสบรรยากาศใหม่ ๆ ที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้น นอกจากความสนุกแล้ว คุณยังมีภาพสวย ๆ ไว้อวดเพื่อนอีกด้วย

เสริมความกลมเกลียว สร้างกระบวนการคิดด้วยกิจกรรมง่าย ๆ ลองวางโทรศัพท์แล้วชวนคนข้าง ๆ มาทำกิจกรรมนันทนาการร่วมกันดูสิ รับรองว่าคุณจะติดใจ

กิจกรรมนันทนาการที่ให้มากกว่าความสนุก