Category: สุขภาพ

ไม่อยากเป็นโรคความดันโลหิตสูง ต้องดูแลสุขภาพอย่างไร

โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้น ๆ ของคนทั่วโลก เนื่องจากความเร่งรีบทำให้คนมักขาดการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง การบริโภคอาหารที่มีความเข้มข้นของเกลือสูง และการความเครียดในการทำงาน หากปล่อยไว้จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้ หากต้องการห่างไกลจากโรคความดันต้องดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง มาดูพร้อมกันเลย

ดูแลสุขภาพอย่างไร ให้ปลอดภัยจากโรคความดัน

ควบคุมน้ำหนัก

ค่า BMI เป็นมาตรฐานที่จะช่วยให้ทุกคนดูแลน้ำหนักตัวให้ห่างไกลจากโรคอ้วนและความดันโลหิตสูงได้ ค่า BMI มาจากน้ำหนักหน่วยเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงยกกำลัง 2 ถ้าค่า BMI มากเกินกว่า 22.9 ก็จะเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูงและโรคอ้วน การคอยชั่งน้ำหนักและคำนวณค่า BMI เป็นประจำ จะทำให้คุณมีเกณฑ์ในการควบคุมน้ำหนักตัวที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

มีการศึกษาพบว่าเมื่อคนเราออกกำลังกาย จะมีการหลั่งฮอร์โมนและสารเคมีธรรมชาติที่ดีในร่างกายออกมา เพื่อปรับสมดุลเส้นเลือดและลดไขมันสะสมที่อุดตันในเส้นเลือดที่ได้มาจากการรับประทานอาหาร เช่น LDL และไตรกลีเซอไรด์ได้ เพียงออกกำลังกายวันละ 30 นาที เป็นประจำทุกวันจะช่วยให้ระดับความดันโลหิตสูงลดลงได้ประมาณ 10 มิลลิเมตรปรอท เข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น คือไม่เกิน 120/ 80 มิลลิเมตรปรอท

ผ่อนคลายความเครียด

ความเครียดเป็นสาเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตสูง เพราะไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทที่ทำให้เส้นเลือดหดเกร็งตัว หากเป็นเส้นเลือดที่มีขนาดเล็กในสมองและมีความเปราะบาง จะทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้ง่าย การผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการเลี้ยงสัตว์ การเล่นกับสุนัขและแมว ร้องเพลง เต้นแอโรบิก อ่านหนังสือนิยาย ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ฯลฯ สามารถช่วย ลดความเครียดและทำให้ลดความเสี่ยงการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้

ลดการเข้าสังคม

เมื่อต้องเข้าสังคม หลายคนมีการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและยังทำให้คุณมีคุณภาพการนอนหลับที่ลดลง เพราะการหลั่งสารเมลาโทนินที่ช่วยในการนอนหลับจะเปลี่ยนแปลงไป และการสร้างโกรทฮอร์โมนที่ช่วยในการฟื้นฟูร่างกายตอนกลางคืนก็จะด้อยกว่าปกติ การเข้าสังคมที่น้อยลงจะช่วยให้สุขภาพคุณดีขึ้นและห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้แน่นอน

การดูแลสุขภาพให้ปลอดโรคความดันโลหิตสูงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจเพื่อให้สุขภาพดีขึ้นในระยะยาว เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านตระหนักถึงภัยร้ายใกล้ตัว อย่างโรคความดันโลหิตสูงมากยิ่งขึ้น เพื่อการดูแลสุขภาพตัวเองที่ดีต่อไป

ดูแลสุขภาพอย่างไร ให้ปลอดภัยจากโรคความดัน

เทคนิคการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้เป็นปัญหาสุขภาพของคนไทยจำนวนไม่น้อย ทำให้มีอาการน้ำมูกไหล จาม คันจมูก คันตาและผิวหนัง หากมีอาการรุนแรงอาจถึงขั้นหอบหืดหรือหายใจไม่ออกได้

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการดูแลสุขภาพเพื่อให้ห่างไกลโรคภูมิแพ้ได้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้ทุกท่านนำไปเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว ดังนี้

1. เลือกรับประทานอาหารที่ผลิตจากเนื้อขาว เช่น เนื้อปลา ไก่ แทนเนื้อแดง เช่น วัว หมู เนื่องจากมีการวิจัย พบว่า การรับประทานเนื้อแดงเป็นประจำ รวมถึง นมจากวัว จะทำให้ร่างกายได้รับกรดไขมันโอเลอิกในสัดส่วนที่มากกว่าเนื้อขาวถึง 3 เท่า รวมถึงได้รับโปรตีนโมเลกุลใหญ่ที่อาจกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้

2. รับประทานน้ำมันปลาเป็นประจำ จะช่วยปรับระบบของร่างกายให้หลั่งสารเคมีและฮอร์โมนที่สมดุลขึ้นและลดภาวะตอบสนองมากเกินไปของภูมิต้านทานที่ทำให้เป็นภูมิแพ้กำเริบได้

3. ทำความสะอาดเปลี่ยนไส้กรองเป็นประจำ ทั้งเครื่องปรับอากาศของห้องนอน ห้องทำงานและในรถยนต์ จะช่วยให้กรองฝุ่นละอองได้ดียิ่งขึ้น และลดปัญหาความอับชื้นสะสมและภาวะภูมิแพ้ที่เกิดจากเชื้อราหมักหมมได้

4. รับประทานผักสดและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ล มะเขือเทศ ส้ม กีวี สตอเบอรี่ ฯลฯ จะช่วยให้อาการของโรคภูมิแพ้ทุเลาลงและยังช่วยป้องกันโรคหวัดที่มักเป็นในช่วงที่อากาศเปลี่ยนด้วย

5. รับประทานวิตามินซีแบบเม็ดเสริมวันละ 1000 mg เป็นประจำ จะช่วยลดความรุนแรงของการเป็นโรคภูมิแพ้และสามารถใช้เสริมกับการใช้ยารักษาโรคภูมิแพ้ที่แพทย์แผนปัจจุบันให้ได้อย่างปลอดภัย

ดูแลสุขภาพเพื่อให้ห่างไกลโรคภูมิแพ้

6. ออกกำลังกายเป็นประจำวันละ 30 นาทีช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ทำให้ลดความถี่และความรุนแรงของโรคภูมิแพ้ได้ เช่น การว่ายน้ำ วิ่ง โยคะ ปั่นจักรยาน ฯลฯ

7. ทำความสะอาดที่นอนเป็นประจำ และกำจัดไรฝุ่นที่แทรกอยู่ตามใยผ้าด้วยเครื่องดูดฝุ่นระบบสุญญากาศ การนำที่นอนไปตากแดดแรงประมาณ 1-2 ชั่วโมงทุกสัปดาห์ หรืออาจเปลี่ยนไปใช้ปลอกหมอนและผ้าปูที่นอน ที่ผลิตด้วยนวัตกรรมการทอใยผ้าแบบถี่พิเศษ ซึ่งจะป้องกันไรฝุ่นแทรกตัวไปอยู่อาศัยและแพร่พันธุ์ตามเนื้อผ้าได้

8. งดการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในห้องนอน เพราะมีเห็บหมัดและการผลัดขนตามธรรมชาติที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้โรคภูมิแพ้กำเริบได้

จะเห็นได้ว่า การลดปัญหาโรคภูมิแพ้สามารถทำได้หลายวิธี นอกจาการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ยังต้องใส่ใจปัจจัยกระตุ้นหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวด้วย หวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางให้ทุกท่านดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมและเพื่อให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ได้อย่างยาวนาน